อให้เป็นเพียงชั่วพริบตาเดียว ทว่า… เมื่อพระองค์เสด็จครบถ้วน ข้าก็เปิดวัฏจักรใหม่ไปแล้ว!’
ก่อนหน้านั้นไม่อาจฆ่าตัวตายได้ ก็เป็นเพราะร่างเซียนวิญญาณของตนตกสู่กับดักของฟ้าดิน จึงได้รับผลกระทบมากเกินไป ทว่าบัดนี้เมื่อเปลี่ยนมาใช้ร่างจำแลงวิถีกระบี่ ทุกอย่างกลับกลายเป็นเปิดโล่งไร้พันธนาการ
ตราบใดที่มิใช่ตัวตนจ้าววิถีเสด็จมาต่อหน้าด้วยตนเองโดยแท้จริง… ลวี่หยางย่อมไม่หวั่นกลัวสิ่งใดทั้งสิ้น!
ฉะนั้นยามนี้ เขาจึงถือความมั่นใจแน่นหนัก เผชิญหน้าสบตากับกว่างหมิงโดยไร้ซึ่งความหวั่นไหวแม้แต่น้อย
ทันใดนั้นเอง พลันเห็นกว่างหมิงเอนศีรษะเล็กน้อย เงี่ยหูฟังไปยังธรรมลักษณ์แห่งสวรรค์ทิพย์ตถาคตที่อยู่เบื้องหลัง สีหน้าของเขาปรากฏแววรับฟังอย่างชัดเจน ทว่าลวี่หยางกลับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เพราะภายใต้การรับรู้ของจิตเทวะของเขา ไม่มีการสื่อสารใดๆ ระหว่างทั้งสอง เหมือนดั่งเป็นเพียงการแสดงฝ่ายเดียวของกว่างหมิงเท่านั้น
“อาตมาเข้าใจแล้ว”
ถัดจากนั้น พลันเห็นกว่างหมิงพยักหน้าเบาๆ แล้วหันหน้ามองมายังลวี่หยาง ยิ้มพลางหยิบห่วงผูกใจที่เพิ่งเก็บไว้เมื่อครู่ ออกมาอีกครั้ง
“ไม่ทราบว่า…อุบาสกประสงค์จะเป็นศิษย์ของอาตมาหรือไม่?”
“ท่านมหาบุรุษโปรดไปเชื้อเชิญผู้สูงส่งผู้อื่นเถิด!”
ลวี่หยางได้ฟัง ใจพลันสะท้าน ทว่าภายนอกกลับคงท่าทางอหังการ เย้ยหยันเอ่ยเสียงเย็น “ข้าเป็นศิษย์สืบทอดแห่งนิกายกระบี่ ผู้นำฝ่ายธรรมะอันเที่ยงแท้ ไหนเลยจ