สวียนอาสาเดินอยู่ด้านหน้า พูดข้อสงสัยของตนออกมา
เจียงเฮ่าขมวดคิ้ว “ข้าก็รู้สึกแปลก รู้สึกว่าไม่น่าง่ายเช่นนั้น สรุปก็คือ พวกเราระวังหน่อยแล้วกัน อย่าตกหลุมพราง”
“อืม” ลู่เสวียนพยักหน้า แล้วระแวดระวังมากขึ้น
เดิมทีทั้งสองจะหาเบาะแสของเจียงหลี แต่กลับหาไม่พบ ด้วยความจนใจ จึงได้แต่ทำภารกิจไปด้วย ตามหาเจียงหลีไปด้วย
ผ่านไปสามสี่วัน ทั้งสองก็มีคะแนนสะสมไม่น้อย เมื่อพบคู่ต่อสู้ ก็สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ไปไม่น้อยเช่นกัน
ตอนนี้ สนามทดสอบยังเหลืออยู่กี่คนพวกเขาก็ไม่รู้เช่นกัน รู้เพียงว่า เมื่อการทดสอบยังไม่สิ้นสุดลง ก็ต้องเก็บคะแนนไปเรื่อยๆ
ครืดๆๆ…!
ทันใดนั้น โซ่ตรวนใต้เท้าของทั้งสองก็สั่นสะเทือน
ลู่เสวียนหยุดลงกะทันหัน ตาก็มองไปทางทะเลเมฆด้านหน้าอย่างระแวง เจียงเฮ่าก็หยุดเช่นกัน มือทั้งสองมีพลังวิญญาณรอบล้อม สามารถจู่โจมได้ตลอดเวลา
ทั้งสองไม่ได้ขยับ แต่โซ่ตรวนล่างเท้าพวกเขานั้นยังคงสั่นสะเทือนอยู่ นั่นก็หมายความว่า ตรงข้ามนั้นมีอะไรบางอย่างกำลังเข้าใกล้พวกเขา อีกยังอยู่บนโซ่เส้นเดียวกันเสียด้วย
ลู่เสวียนแอบมองไปด้านล่าง เต็มไปด้วยทะเลเมฆ เหวลึกหมื่นจั้ง เวลานี้ โซ่ที่พวกเขาเหยียบอยู่นั้น ยืนอยู่ตรงกลาง ด้านหน้ามีสิ่งกีดขวาง ด้านหลังไร้หนทางถอยกลับ
“ภารกิจในนี้ ขุดหลุมพรางลึกเชียวนะ!” ลู่เสวียนกล่าวขึ้นอย่างอดไม่ได้
ตลอดทางที่มา ทุกครั้งที่พวกเขาพบภารกิจ ขณะที่ทำภารกิจอยู่นั้น ก็มักจะรู้สึกเห