รถพูดได้ สีหน้าก็กลายเป็นสีม่วงคล้ำ
เขาขัดขืนอย่างหวาดกลัว แล้วมองไปยังมู่ชิงเกอที่ยังยิ้มแย้มอยู่
“เจ้าขู่ข้าอยู่หรือ” มู่ชิงเกอเอ่ยถามอย่างสบายๆ ถึงแม้นางจะไม่ใช่คนบนโลกใบนี้ สิ่งที่ฝึกฝนบำเพ็ญก็ไม่ได้อยู่ในระบบของโลกใบนี้ แต่อย่าลืมว่า ตอนนี้นางมาจากโลกใบหลัก เป็นสถานที่ที่เส้นทางต่างๆ มาบรรจบกัน สรรพสิ่งไม่เปลี่ยน รู้ว่าสัจธรรมใดๆ ล้วนมาจากแหล่งเดียวกัน ไม่ว่านางจะไปที่ใด ก็ยังคงยิ่งใหญ่แข็งแกร่งเช่นเดิม
“หยุดนะ!” หู่อี้ตกใจ
หากเฉียนจวิ้นตายต่อหน้าเขา จุดจบของเขาก็เลวร้ายเช่นกัน
เสียงของเขา ทำให้มู่ชิงเกอกลอกตาไปเหลือบมองเขา สายตาที่มองนี้ กลับทำให้หัวใจประหนึ่งถูกฟ้าผ่า เจ็บปวดเหน็บชาไปทั้งร่างเดินหรือขยับไม่ได้เลย
ช่างน่ากลัวนัก! ช่างเก่งกาจยิ่งนัก!ในดวงตาของหู่อี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาไม่อาจคาดคิดได้เลยว่าเฉียนจวิ้นไปล่วงเกินผู้ใดเข้า!
“เจ้า…เจ้าสังหารข้าไม่ตายหรอก…” เฉียนจวิ้นกว่าจะพูดประโยคหนึ่งออกมาได้
มู่ชิงเกอกลับยิ้มออกมาด้วยท่าทีสนุกสนานมากกว่าเดิม “สังหารที่นี่อาจจะไม่ตาย แต่ก็ทำให้เจ้ารู้ถึงรสชาติความตายได้ อีกอย่าง เจ้าชอบข่มขู่คนนัก เช่นนั้นตอนที่ออกไปแล้ว ข้าทำลายประเทศนี้ไปด้วยเลยดีหรือไม่”
เฉียนจวิ้นเบิกตากว้าง มองนางด้วยความหวาดกลัว
คนอื่นๆ ที่เข้าสอบอยู่ เมื่อเห็นฉากนี้เข้า ต่างก็เผยสีหน้าอันหวาดกลัวออกมา แล้วต่างก็ถอยหลังไป
คนที่แข็งแกร่งเช่นนี้ พวกเขาไม