ร่างหนึ่งสูง ร่างหนึ่งเล็ก ต่างคุมเชิงกันและกัน จ้องมองตากัน แต่กลับไม่ได้มองด้วยความรักใคร่เหมือนเมื่อก่อน มีเพียงการปะทะกันอย่างดุเดือด
“ไม่ใช่การวางแผน” ในที่สุดลู่เจี้ยก็เปิดปากพูด
เขาก้าวเท้ามาข้างหน้าหนึ่งก้าว ทำให้ทั้งสองใกล้กันมากขึ้น ในสายตาที่ซักถามของเจียงหลี ตอบอย่างช้าๆ “เจ้าต้องการฐานะนี้ สักวันเจ้าจะเข้าใจว่าข้าทำอะไรอยู่”
นี่คือคำตอบของเขาหรือ
เจียงหลียิ้มอยากเยือกเย็น “ลูกสาวบุญธรรมอย่างนั้นรึ พวกท่านอยากจะรับก็รับไปสิ” พูดจบ นางก็เก็บเนตรญาณด้านหลังของนาง เปลี่ยนตัวเองเป็นภาพมายาแล้วพุ่งออกนอกจวน
“อาหลี!” เจียงเฮ่าตกใจ หันหลังจะตามไป
“เจียงเฮ่า” ในเวลานี้ ทันใดนั้นลู่เจี้ยก็ส่งเสียงเรียกเขา
เจียงเฮ่าหันมามองลู่เจี้ย
ลู่เจี้ยพูดแค่ว่า “พูดให้นางยอม เจ้าก็หวังให้นางได้ทุกอย่างที่ดีที่สุดใช่ไหม”
เจียงเฮ่าหรี่ตา สีหน้าเคร่งเครียด พยักหน้าแล้วหันตัวกลับออกไป
ในจวน เหลือเพียงคนตระกูลลู่
ลู่วั่งชวนมองลู่เจี้ยที่ยืนมองทิศทางที่เจียงหลีจากไปอยู่กับที่ ถอนหายใจแบบไร้เสียง ส่ายหัวไปมาช้าๆ
……
เจียงเฮ่าไม่รู้ว่าให้สิ่งที่ดีที่สุดกับเจียงหลีที่ลู่เจี้ยพูดหมายถึงอะไร แต่ว่าเขาก็อยากเอาทุกอย่างที่ดีที่สุดบนโลกใบนี้มาวางให้ตรงหน้าให้กับน้องสาวจริงๆ
“ลู่เจี้ย ไอคนสารเลว! ไอคนสารเลว!”