ในขณะนี้ลู่ซิ่งเฉาที่เงียบมาตลอด กลับหัวเราะเยาะเย้ยออกมา เขาไม่สนใจความโกรธของทุกคนที่มีต่อเขา แค่พูดอย่างแผ่วเบา “ฝ่าบาท! ท่านใจร้อนเกินไปหน่อยหรือเปล่า ก็จริงอยู่ที่ตระกูลลู่ของข้าอยู่เทียบเท่าเคียงคู่ท่านมานานหลายปี ดูเหมือนว่าท่านน่าจะทนไม่ไหวมานานแล้วใช่หรือไม่ เพื่อจะจัดการต่อตระกูลลู่ของข้า ท่านได้สละชีพเทียนเจียวของราชวงศ์ข้า ภายในใจท่านไม่ได้รู้สึกถึงความละอายใจเลยหรือ”
“……”
คำพูดที่ถูกพูดออกมานี้ ทำให้รอบข้างต่างพากันเงียบ
“เจ้ากำลังพล่ามอะไรอยู่ ความตายใกล้มาเยือนแล้ว ยังกล้ามาใส่ร้ายฝ่าบาทอีก!” ผู้พิพากษารีบออกคำสั่ง “ส่งคนมา ปิดปากของเขาซะ”
“ฮ่าๆๆ ข้าลู่ซิ่งเฉาเป็นชายผู้ตรงไปตรงมา กล้าทำกล้ารับ วันนี้ ใครก็อย่ามาปิดปากข้า” ลู่ซิ่งเฉาหัวเราะอย่างกล้าหาญ
แม้ว่าตอนนี้สภาพของเขาจะน่าเวทนา แต่ความองอาจก็ไม่ลดลง
“พูดได้ดี สามีข้าเป็นยอดบุรุษ แม้นจะถูกฆ่าแต่ก็ต้องตายไปพร้อมศักดิ์ศรี” มีเสียงของสตรีส่งผ่านมา ทำให้ประชาชนถอยห่างและหลีกทางโดยไม่ต้องสั่ง
แต่เมื่อลู่ซิ่งเฉาได้ยินเสียงนี้แล้ว ทั้งร่างตกใจและมีความตื่นตระหนกในดวงตาเป็นครั้งแรก
ร่างของสตรีที่สูงสง่า ก้าวขาด้วยท่าทีที่สงบ
หลังจากที่นางเดินขึ้นแท่นประหารสายตานางมองสามีด้วยความพัวพัน ยกยิ้มมุมปาก “ฟูจวิน ข้ามาช้าไปแล้ว”