“หนีไปก่อนค่อยว่ากัน” มู่ชิงเหยียนกล่าวด้วยความรวดเร็ว
มีเพียงสวรรค์ที่รู้ว่าขณะที่นางเห็นตัวจิ่งเยี่ยอาบด้วยเลือด นางรู้สึกเป็นห่วงเขามากขนาดไหน
ยอดฝีมือที่มู่ชิงเหยียนพามาด้วยล้อมรอบข้างทั้งสองด้วยความรวดเร็วทั้งออกสู้ ทั้งถอยร่น แต่ว่ากองทัพต้าฉินไม่อยากจะปล่อยพวกเขาไปยังคงไล่ตามเรื่อยๆ
ในขณะที่พวกเขากำลังจะหมดหวังก็มีฝูงคนลึกลับปรากฏตัวสกัดกั้นกองทัพต้าฉินเพื่อให้พวกจิ่งเยี่ยได้มีโอกาสหนี
ในที่สุดหลังจากที่พ้นอันตราย จิ่งเยี่ยปล่อยมือจากการถูกมู่ชิงเหยียนจับไว้และถอยหลังไปหลายก้าว
เขารักษาระยะห่างเสมอทำให้มู่ชิงเหยียนใจหายแต่ก็ไม่ได้บังคับ
“ต้องขอบพระทัยองค์หญิงอย่างมากที่ช่วยชีวิตข้า บุญคุณในวันนี้ วันหน้าต้องทดแทน แต่วันนี้ข้าขอต้องลาก่อน” จิ่งเยี่ยกล่าวจบก็หันหลังจากไป
เขาตกใจกับการกระทำของมู่ชิงเหยียน แต่ว่าเขาก็เป็นห่วงความปลอดภัยของน้องสาวมากกว่า
จ้องมองไปยังเงาที่จากไปไกลของจิ่งเยี่ย มู่ชิงเหยียนไม่ได้ตามไป
“องค์หญิง เขาเพิกเฉยต่อความดีของท่านมากเกินไปแล้ว” ยอดฝีมือที่อยู่ข้างนางกล่าวด้วยความทนดูไม่ไหว
มู่ชิงเยียนกลับส่ายหน้าช้าๆ “ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ข้ายินยอมเอง จะทำอะไรกับเขาได้ล่ะ”
“องค์หญิง ตอนนี้พวกเราจะทำอย่างไรดี” ยอดฝีมืออีกคนกล่าวถาม
มู่ชิงเหยียนเงยหน้าขึ้นมองไปยังท้องฟ้าที่ค่อยๆ สว่างขึ้น “พวกเรากลับซั่งตู พายุใกล้เข้ามาแล้ว”
“ขอรับ!”
…