พวกเขาออกไปท่ามกลางสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อของบรรดาคนในสำนักหลิงอู่ ดังคำที่หนานอู๋เฮิ่นได้กล่าวไว้ว่า อู๋เชียนไม่กล้าลงมือหรอก!
การจัดการกับหนานอู๋เฮิ่นไม่ง่ายเหมือนจัดการกับเจียงหลีขนาดนั้น เมื่อเรื่องบานปลายใหญ่โต ในกรณีที่เกิดการเผชิญหน้าระหว่างทั้งสองสถาบัน เขาไม่สามารถแบกรับข้อกล่าวหาได้
แววตาของอู๋เชียนเปลี่ยนไปมาอยู่หลายครั้งจนในที่สุดยังคงจ้องไปที่สองคนออกไปจากสำนักหลิงอู่
อย่างไม่ยี่หระต่อสิ่งใด
…
เมื่อออกมาจากสำนักหลิงอู่ เจียงหลีมองไม่ยังหนานอู๋เฮิ่นที่เก็บรอยยิ้มเอาไว้ ดวงตาเป็นประกายจนทำให้ไม่สามารถเพิกเฉยได้
ถูกนางมองจนรู้สึกหวาดหวั่น หนานอู๋เฮิ่นจึงหันไปมองนางบ้าง “เด็กน้อย เจ้ามองอะไร”
โดยไม่ทันคาดคิด เจียงหลีก็ยื่นแบมือมาที่เขา “สุนัขเฒ่าอู๋มอบวรยุทธ์ให้ข้า แล้วของท่านอาจารย์หนานล่ะ”
“…” หนานอู๋เฮิ่นกระตุกยิ้มมุมปากทั้งด่าทั้งขำ “เจ้าเด็กขี้งกเอ๊ย ข้ายังสามารถโลภเอากับเจ้าได้อีกหรือ” เมื่อกล่าวจบเขาจึงล้วงเอาตำราวรยุทธ์ที่เตรียมไว้ตั้งแต่แรกแล้วโยนใส่อ้อมแขนของเจียงหลี “เอาไป”
“ขอบคุณท่านอาจารย์หนานมากเจ้าค่ะ” เจียงหลียิ้มตาหยีเก็บมันเอาไว้ หลังจากเตรียมตัวกลับไปก็ศึกษาตำราวรยุทธ์ในมือทั้งสองเล่มอย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกที
ทันใดนั้นหนานอู๋เฮิ่นก็เอ่ยถามขึ้น “เด็กน้อยเจ้ารู้จักสถาบันไป๋หยวนหรือไม่”
เอ่อะ!