มู่ชิงเหยียนไม่รู้จะทำอย่างไร เอาขวดดินเผาออกมา วางไว้บนโต๊ะเบาๆ “นี่คือสุราอย่างดีจากในวัง มีสรรพคุณทำให้พลังกำลังแข็งแรง ชะล้างทางเดินเลือดลม เจ้าเพิ่งจะข้ามขั้นมาหลิงเจี้ยง เจ้าต้องการมัน”
หลังจากที่พูดจบ นางหันตัวเดินจากไป แล้วยังปิดประตูให้อีก ไม่ได้รบกวนจิ่งเยี่ย
หลังจากรอให้นางไป จิ่งเยี่ยถึงลืมตา มองขวดดินเผาที่บรรจุสุราอย่างดีอยู่ด้วยสีหน้าสับสน
……
มู่ชิงเหยียนออกจากหอของจิ่งเยี่ยไปแล้ว เดินไปได้ไม่ไกล ก็เห็นคนยืนอยู่ไกลๆ เหมือนว่ารอนางอยู่
เห็นร่างของคนที่มีความอวดดีสูงอย่างกับยอดเขาชัดแล้ว มู่ชิงเหยียนยิ้มอย่างรู้ดีว่านางจะพูดอะไร จึงเดินไปหานาง “หว่านโหรว เจ้ารอข้าอยู่ไม่ใช่รึ”
มู่หว่านโหรวพยักหน้า ไม่ได้ปิดบังจุดประสงค์ที่มา “ตอนที่เดินผ่านมาเมื่อครู่ เห็นเจ้าไปหอของจิ่งเยี่ย ก็เลยรอเจ้าออกมาอยู่ตรงนั้น”
ทั้งสองเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน มู่ชิงเหยียนยังพูดให้ฟังคร่าวๆ เป็นผู้มีพรสวรรค์ของราชสำนัก ความสัมพันธ์แบบลับๆ ก็ไม่เลว
มู่หว่านโหรวรู้ว่าตัวนางไปหาจิ่งเยี่ย มู่ชิงเหยียนก็ไม่สนใจ “มาหาข้ามีธุระอะไรหรือ”
“เจ้าชอบเขารึ” มู่หว่านโหรวถามอย่างตรงไปตรงมา
มู่ชิงเหยียนไปแปลกใจ แต่กลับยิ้มอย่างสดใส “ใช่ ข้าชอบเขา ชอบตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นแล้ว”
มู่หว่านโหรวสายตาขมุกขมัวอยู่ครู่หนึ่ง “เขาดูมีลับลมคมในเกินไป ทำให้รู้สึกเหมือนว่ากำลังปิดบังอะไรไว้อยู่”