บทที่ 364 เริ่มจากตนเอง
“เจ้าก็แค่นี้ ยังกล้ามาต่อกรกับข้าด้วยหรือ?”
ลวี่หยางกดพลังกระบี่ให้สงบลง แล้วยื่นมือออกไป คว้าจับสองสายแสงที่ลอยอยู่กลางหมู่คลื่นวิญญาณ ซึ่งก่อเกิดจากร่างกายแห่งวิชาของสองเจินเหรินลัทธิหมื่นพิษที่แตกสลาย
สิ่งนั้นคือกู่ทั้งสอง
กู่มังกรตะขาบ
กู่จักจั่น(ฮุ้ยกู)
สายแรกเป็นกู่แห่งวิชาเทพประเภทหนึ่ง คล้ายคลึงกับกายธรรมของผู้ฝึกตน สามารถแปรสภาพผู้ใช้ให้กลายเป็นมังกรตะขาบพันธุ์ประหลาด แม้จะมีกลิ่นอายของมังกรแท้บางเบา ทว่าเพียงเท่านั้น
กลับเป็นกู่สายหลัง…ที่น่าสนใจกว่ามาก
“เห็ดรามิเห็นข้างขึ้นข้างแรม จักจั่นฤดูไม่รู้ฤดูกาล…”
ลวี่หยางถือกู่จักจั่นไว้ในฝ่ามือ แลเห็นคล้ายจักจั่นสีทองตัวจิ๋วอัดแน่นละเอียดดั่งกลไก ครั้นส่งพลังวิชาเข้าไป กระทั่งพลันแว่วเสียงจักจั่นร้องแหลมลึกออกมา
ทันใดนั้น คิ้วของลวี่หยางก็เลิกขึ้นเล็กน้อย
เพราะในเสียงจักจั่นนี้ เขารู้สึกได้ชัดเจน…ว่าในกายปรากฏร่องรอยผุกร่อนบางเบา พลังวิชาไหลเวียนเร็วยิ่งขึ้น ประหนึ่งกาลเวลาค่อยๆ ริบชักออกจากร่าง เส้นผมดำขลับกลับมีเงาเงินเยียบเย็นแทรกแซม
“…หึ!”
พริบตาถัดมา ลวี่หยางหัวร่อเยียบเย็นดีดนิ้วเบาๆ ก่อกระบี่กัมปนาทออกเป็นเสียงอัสนี พลันขับไล่เสียงจักจั่นแปลกประหลาดให้มลายสิ้น
หันกลับไปมองอีกครั้ง ไหนเลยมีคราบผุกร่อนอันใด?
เส้นผมยังดำสนิท ไร้ซึ่งสีเถ้า ริ้วรอยคร่ำคร่าเมื่อครู่ที่เกิดเพราะกาลเวลาเร้นลับ ก็หายสิ้นไ