ร้ร่องรอย ราวกับทั้งหมดเป็นเพียงมายาภาพเท่านั้น
“น่าสนใจนัก…”
ลวี่หยางลูบคาง ใคร่ครวญแก่นแท้ของกู่จักจั่นสำนึกได้ว่าจุดกำเนิดของมัน…หาใช่พลังวิชาไม่ หากอยู่ที่หนึ่งใจของผู้ต้องกู่ต่างหาก.
“รูปอันปรากฏย่อมบังเกิดจากใจ หากเชื่อ ย่อมมีอยู่จริง หากไม่เชื่อ ย่อมไร้ซึ่งสิ่งใด กู่จักจั่นนี้สามารถรังสรรค์มายาภาพอันแทบไม่ผิดจากของจริง หากผู้ถูกกู่เชื่อมั่นลงไป มายาก็จักกลายเป็นจริง หากไม่เชื่อ มันก็เป็นเพียงฝันประหลาดเท่านั้น… กู่ชนิดนี้ สูงส่งยิ่งกว่ากู่มังกรตะขาบเสียอีก”
ข้อเสียเพียงหนึ่งเดียว คือ อายุขัยของมันสั้นนัก
ฤดูใบไม้ผลิบังเกิด ฤดูร้อนตายดับ ฤดูร้อนบังเกิด ฤดูใบไม้ร่วงสิ้นสูญ ด้วยเหตุนี้ตามปกติกู่ตัวนี้จึงตกอยู่ในสภาพหลับใหล เว้นแต่ยามจำเป็นเท่านั้นจึงจะฟื้นคืน ไม่อาจหยิบมาใช้เล่นได้โดยง่าย
‘มิน่าล่ะ ในผลเสี่ยงทายตรวจชะตาเมื่อครู่ ถึงมีหนึ่งผลลัพธ์ที่ว่าข้าทำอย่างไรก็ไม่อาจปราบพวกมันลงได้…’
สุดท้ายก็ด้วยว่า หากใช้กู่จักจั่นได้อย่างช่ำชอง ฤทธิ์เดชของมันนั้นมิใช่น้อยเลย
ไม่ว่าจะบาดเจ็บ พลังวิชาสิ้นสูญ หรือเผชิญสถานการณ์คับขันชนิดใด ตราบใดที่สามารถเชื่อมั่นในมายาที่ตนรังสรรค์ขึ้น ก็สามารถลบล้างวิกฤตได้โดยง่าย
‘น่าเสียดาย…ที่มันมาเจอกับข้า’
กู่ประหลาดพิสดารเช่นนี้ ยังไม่ทันได้แสดงฤทธานุภาพอันแท้จริง ก็ถูกลวี่หยางลงมือสังหารในพริบตา อย่างไร้ความปรานี กลายเป็นวัตถุไร้ประโยชน์แม้จะล้ำค่