ไม่จางหาย เมฆาลอยตัวเบื้องหน้าก็ปริแตกออก เผยร่างมารร้ายหัวมังกรลำตัวตะขาบ ขนาดมหึมาไกลสุดตาทอดยาวหลายลี้ ดวงตาแดงฉานเบิกกว้างจ้องมายังเขา
ลวี่หยางล้วงนิ้วคำนวณ เพียงพริบตาก็ล่วงรู้ถึงที่มาของมัน‘กู่หลงอู๋ ต้องอาศัยโลหิตมังกรแท้กลั่นเลี้ยงพันธุ์กู่ แล้วฝังเข้าสู่รากฐานแห่งเต๋า ค่อยๆ บ่มเพาะ เมื่อกู่เจริญเต็มที่จึงแปรเป็นกู่ประจำชีวิต มีลักษณะคล้ายวิชาเทพโดยกำเนิดของเจินเหรินทั่วไป’
“เจ้ามารร้ายแห่งลัทธิหมื่นพิษ?”
วาจายังไม่ทันจบ ลวี่หยางสะบัดนิ้วดีดเปาะพลันเสียงกระบี่คำรามดั่งพายุคำรามเหนือฟากฟ้าก็ระเบิดขึ้นรอบทิศ ดุจฟ้าคำรามสะท้านทั่วผืนหล้า
พริบตานั้น เหล่าสัตว์ป่าภายใต้ขุนเขาเบื้องล่างก็พากันแตกตื่นหวาดกลัว
ลวี่หยางเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ นิ้วชี้ร่ายรำคาถาแผ่วเบา แสงกระบี่สายหนึ่งส่องประกายพันเกี่ยวอยู่ที่ปลายนิ้ว
“จ้าวลัทธิหมื่นพิษอยู่ที่ใด?”
“ข้ารับบัญชาจากท่านอาจารย์ ท่านเจินเหรินปราบมาร ให้มาสอบสวนเรื่องราษฎรแห่งเจียงหนานที่สูญหาย… ไฉนจ้าวลัทธิหมื่นพิษจึงไม่ยอมออกมามอบคำอธิบายให้ข้าสักประโยค?”
คำกล่าวนั้นพอหลุดปาก หลงอู๋เจินเหรินก็ถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความเดือดดาล
“อวดดีนัก!”
ลัทธิหมื่นพิษของเขาครองอำนาจในชายแดนใต้มาช้านาน จ้าวลัทธิย่อมเป็นเจินเหรินใหญ่ขั้นปลายแห่งวางรากฐาน จะให้จ้าวลัทธิเคลื่อนตัวออกมาไต่ถามคน ผู้นั้นต้องเป็นอย่างน้อยก็…ท่านเจินเหรินปราบมาร!
เด็กน้อยเช่นเจ้า?
ค