“หลียาโถ่วตามข้ามา” มีเสียงของลู่เสวียนส่งผ่านมาจากทางนั้น
เจียงหลีมองไป นางเห็นลู่เสวียนกำลังวิ่งไปที่หน้าผา
นี่เป็นเส้นทางที่ไม่เลว ขอเพียงแค่อ้อมไปที่หน้าผา ก็จะสามารถปิดกั้นการโจมตีของพวกที่ซุ่มโจมตี และหลบการโจมตีของลูกธนูนั้นได้
ทั้งสองราวกำลังเต้นรำในกระทะน้ำมัน เปลี่ยนแปลงตำแหน่งบนพื้นไปเรื่อยๆ เพื่อหลบลูกธนูเหล่านั้น
การไล่ล่าของคนที่ซุ่มในที่มืด ทำให้ทั้งสองรับรู้ได้ถึงความอำมหิตที่ต้องการชีวิตของพวกเขา
“เจ้านี่ช่างสรรหาปัญหาเสียจริง” เจียงหลีวิ่งไปข้างๆ ลู่เสวียน ทั้งสองหันตัวไป ในที่สุดก็เข้าไปหลังหน้าผา หลบหนีลูกธนูที่เสมือนมีดวงตาติดอยู่ด้วย
ลู่เสวียนยิ้มอย่างเย้นหยัน “บางครั้ง ไม่ใช่ข้าที่เป็นคนไปหาปัญหา แต่เป็นปัญหาต่างหากที่มาหาข้า”
เจียงหลีกะพริบตา รู้ว่าในใจลู่เสวียนรู้ถึงอันตรายที่พบเจอจากภายนอก
“หลียาโถ่วลำบากเจ้าอีกแล้ว” ทันใดนั้น ลู่เสวียนยิ้มอย่างสดใสให้กับเจียงหลี รอยยิ้มของเขาสะอาดสะอ้าน แต่สายตาของเขาแฝงไปด้วยความรู้สึกผิด
“ไม่เป็นไร” เจียงหลีค่อยๆ กล่าว
“อย่างไรซะ ผ่านวันนี้ไป ถือว่าข้าติดหนี้บุญคุณเจ้า หากเจ้ามีอะไรที่ต้องการให้ข้าช่วย ก็เอ่ยปากบอกข้าได้เลย” ลู่เสวียนกล่าวคำมั่นสัญญา
เจียงหลีไม่ได้พูดอะไร แต่สายตานางกลับมองไปด้านหลัง
“ที่นี่ยังไม่ใช่ที่ปลอดภัย พวกเราหนีก่อน กำจัดพวกมันเสร็จก่อนค่อยว่ากันอีกที” ลู่เสวียนกล่าว