โส! ท่านผู้อาวุโส!”
ยังไม่ทันสิ้นเสียงลวี่หยาง อรหันต์ฝูหลงก็รีบร้อนส่งเสียงตอบกลับมาอย่างกระวนกระวาย “ภิกษุผู้น้อยไตร่ตรองแจ่มชัดแล้ว! ขอท่านโปรดเก็บวิชาเทพคืนไปด้วยเถิด!”
‘ไตร่ตรองแจ่มชัดแล้วหรือ? น่าเสียดาย…’
ลวี่หยางสีหน้าไร้ความปรานี มิใยดีต่อคำยืนยันของอีกฝ่าย หากแต่ยกมือข้างหนึ่งบีบแน่น ถึงกับบดทำลายมณีเร้นลับซึ่งคุมขังอรหันต์ฝูหลงให้แหลกละเอียดในคราหนึ่ง!
“แกรก!”
ทันใดนั้นเอง แสงเรืองรองพลันดับวูบ เสียงของอรหันต์ฝูหลงถูกหิมะเย็นยะเยือกกลืนหายไปสิ้น เพียงชั่วพริบตา ร่างกายแห่งวิชา กับ จิตวิญญาณ ก็ล้วนสลายไม่เหลือ
‘หากเป็นไปได้ แท้จริงแล้วทางที่เขาเสนอมาก็นับว่างดงามที่สุด เพียงแต่…เจ้าศิษย์นามใดนะ ศิษย์พุทธะกว่างหมิง ฟังดูชวนระแวงเสียจริง! เห็นทีจะไม่ควรข้องแวะโดยเด็ดขาด เสี่ยงเกินไปนัก สู้ให้หงจวี่แทนข้าไปยังวังซูเหิงเสียจะดีกว่า อย่างน้อยก็ยังมีหวังได้ครอบครองทองซิน!’
ลวี่หยางยังคงมีเหตุมีผลมั่นคง
จนถึงเวลานี้ ในบรรดาอำนาจสี่ฝ่าย มีเพียงแดนสุขาวดีเท่านั้นที่เขาหวาดระแวงมากที่สุด หากหลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยง สิ่งใดไม่กระทำ ย่อมไร้ทางพลาดพลั้ง!
“ว่าไปแล้ว ครั้งนี้ที่ได้ตัดช่วงโชควาสนาของสำนักเสินอู่ก็ถือว่าถูกเวลาโดยแท้…”
ลวี่หยางดีดนิ้วนับครู่หนึ่ง พลันเผยรอยยิ้มยินดี
“เสี่ยงทายตรวจชะตา ให้ข้าเสี่ยงทาย!”
โชควาสนาอันแรงกล้าพวยพุ่งออกมา รินหลั่งเป็นตัวอักษรทีละบรรทัดปรากฏต