มคิดเห็นของนางที่เป็นเจ้าของเรื่อง กลับถามแค่ลู่เจี้ยเท่านั้นแล้วท่าทางของเขาต่อลู่เจี้ยทั้งยังทำให้นางรู้สึกแปลกใจตามที่ได้กล่าวมา โดยตำแหน่งของหนานอู๋เฮิ่นไม่ควรจะถ่อมตนต่อนายน้อยขี้โรคเช่นนี้“เรื่องนี้ไว้ค่อยพูดกันเถิด เจี้ยเหนื่อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์หนานมาที่จวนในวันอื่น” ลู่เจี้ยไม่ได้ให้คำตอบในทันทีคำพูดนี้หนานอู๋เฮิ่นก็พอจะคาดการณ์ได้ เขาไม่ได้โกรธ เพียงแต่รับคำพูดของลู่เจี้ย ถอยหลังไปหลายก้าว “เช่นนั้น อู๋เฮิ่นค่อยไปคารวะตระกูลลู่ในวันอื่น”ภายในรถม้าไม่มีคำพูดใดๆ ตอบกลับไปอีกแล้วรถม้าที่เทียบจอดในมุมเงียบมาตลอดก็หันกลับออกไปจากตระกูลเย่ว์ที่ถึงคราวจุดจบภายในรถม้าที่ส่ายไปมา เจียงหลีเงียบไม่พูดสิ่งใด ดวงตาคู่สวยของลู่เจี้ยมองไปที่นาง “หลีเอ๋อร์โกรธที่หนานอู๋เฮิ่นพูดหรือ”เจียงหลีเหลือบมองเขาแวบหนึ่งไม่พูดจาลู่เจี้ยยิ้มขำ “ที่จริงเจ้าน่าจะเข้าใจดี ข้าเป็นนายเจ้าเป็นบ่าว ในที่นี้บ่าวทาสไม่มีตำแหน่ง ไม่มีสิทธิ์เลือก นาย ในสายตาคนบนโลก เจ้าเป็นทาสของตระกูลลู่ ทุกสิ่งทุกอย่างของเจ้าต้องผ่านการยินยอมจากข้า”เจียงหลีหดหู่ นางเข้าใจเหตุผล แต่ก็ไม่สบายใจจริงๆคิดๆ ดูแล้วโลกก่อนหน้านางอยู่เบื้องสูง ในโลกนี้นางได้กลายเป็นทาสที่ใช้ชีวิตโดยพึ่งพาเจ้านายของนางอย่างนั้นหรือเหอะ ช่างน่าขันยิ่งนัก“หลีเอ๋อร์เจ้าอยากไปสถาบันไป๋หยวนหรือไม่” จู่ๆ ลู่เจี้ยก็ถามขึ้น