เจียงหลีก้าวขึ้นรถม้า คนรูปหล่อที่อยู่ในรถม้าถือว่าเป็นทัศนียภาพงดงามที่สุดในโลก นางจึงผ่อนคลายไอเย็นยะเยือกออกจากร่างกายทันที
“หายโกรธแล้วหรือ” ลู่เจี้ยมองนางอ้อยอิ่งด้วยสายตาประกายรอยยิ้ม
น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนเต็มไปด้วยความเอ็นดู
ทำให้เจียงหลีได้สติขึ้นมาจากความงามของเขา แล้วจับอารมณ์เขาไม่ถูก
น่าแปลกถ้าหากลู่เจี้ยไม่ดีกับนาง นางกลับรู้สึกสบายใจยิ่งกว่า หากเขาดีกับนางแล้ว นางรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้มีจุดประสงค์แอบแฝงอยู่ตลอดเวลา
คำถามของลู่เจี้ยทำให้เจียงหลีพยักหน้า “อืม ตระกูลเย่ว์ จบสิ้นแล้ว”
นางพูดในขณะที่นั่งลงข้างลู่เจี้ย มองไปที่เขา จู่ๆ ก็พูดจาเข่นเขี้ยว “แต่เรื่องที่ท่านเห็นคนกำลังจะตายกลับไม่ช่วยเยี่ยงนี้ ข้าไม่จบสิ้นกับท่าน”
“เช่นนั้นเอาทรัพยากรการฝึกของตระกูลเย่ว์ให้เจ้าถือเป็นการชดใช้ความผิด” ลู่เจี้ยหัวเราะเบาๆ ให้กับท่าทางเขม่นเข่นเขี้ยวของนาง
เอ่อ!
เจียงหลีอึ้งไปครู่หนึ่ง ขอการยืนยันจากเขาด้วยดวงตาเปล่งประกายวาววับ “พูดจริงหรือ ท่านจะเอาทรัพยากรการฝึกของตระกูลเย่ว์ทั้งหมดให้ข้าอย่างนั้นหรือ”
ลู่เจี้ยพยักหน้า “อืม”
“คำพูดท่านเชื่อได้จริงหรือ” เจียงหลีมีความรู้สึกไม่อยากเชื่อเล็กน้อย ทำไมจู่ๆ ลู่เจี้ยถึงได้ใจกว้างเช่นนี้
“เชื่อได้” ลู่เจี้ยพยักหน้ายืนยันอีกครั้ง
“ไม่มีจุดประสงค์อื่นใช่ไหม” เจียงหลีมองเขาด้วยแววตาสงสัย
“ไม่มี” เป็นครั้งแรกที่ลู่เจี้ยส่ายหน้า