เจียงหลีถอนสายตากลับมาแล้วเดินเข้าไปใกล้ลู่เจี้ย “คนรูปงามอยู่ตรงหน้า ข้าอดใจไม่ไหว”
“คิดไม่ถึงว่าเป็นเด็กเป็นเล็กอย่างหลีเอ๋อร์จะเชี่ยวชาญเรื่องความงามเช่นนี้” ดวงตาเป็นประกายดั่งแก้วใสของลู่เจี้ยเผยให้เห็นถึงความเนือยและเย้ยหยัน
ดูเหมือนว่าเขาจะชอบเห็นนางตอนหลงเสน่ห์ และพอใจมากที่นางชอบรูปร่างหน้าตาของตน
“ชมชอบสิ่งสวยงามเป็นเรื่องธรรมดา” เจียงหลีพูดกับเขา เมื่อนั่งในรถม้าแล้วจึงเอ่ยถามขึ้น “นายน้อยจะพาข้าไปที่ไหน”
“ตระกูลเย่ว์” ลู่เจี้ยเอ่ยตอบ
แววตาเย็นชาของเจียงหลี จู่ๆ ก็แปรเปลี่ยนเป็นเฉียบคม
ลู่เสี้ยมองสายตาที่เปลี่ยนไปของนางจึงค่อยๆ กล่าวออกมา “ตอนแรกคิดว่าหลีเอ๋อร์ลำบากมากแล้วอยากให้พักผ่อนในจวนดีๆ แต่ว่าให้ข้าเดา หลีเอ๋อร์คงไม่อยากพลาดโอกาสเช่นนี้ ฉะนั้นแล้วข้าจึงต้องเป็นผู้นำ”
เจียงหลียิ้มและพยักหน้าให้ลู่เจี้ย “เป็นผู้นำนี้ ช่างชนะใจข้าเสียจริง”
“หลีเอ๋อร์ทนได้หรือไม่” ลู่เจี้ยถามยิ้มๆ
เจียงหลีเหลือบตา ยิ้มตาหยีเหมือนแมวน้อยผู้หิวโหย ค่อยเขยิบเข้าใกล้ลู่เจี้ย “ที่จริงถ้าอยากให้ข้าอาการดีขึ้นง่ายเพียงนิดเดียว ขอแค่ให้ข้าได้เข้าใกล้ท่านอีกนิดก็พอแล้ว”
เมื่อพูดจบ นางสูดหายใจเข้าลึกๆ ราวกลับว่าต้องการดูดพลังมหัศจรรย์ภายในร่างกายของลู่เจี้ย เมื่อดูดซับแล้วสามารถรักษาอาการบาดเจ็บสาหัสของตนเองได้