เย่ว์หนานซีผู้ถูกเมินโกรธจนตัวสั่น มองไปที่เจียงหลีแล้วพูดอย่างโหดเ**้ยม “เจียงหลี ข้าจะฆ่าเจ้าเป็นแน่” แล้วเขาก็หันไปมองทางที่เจียงอวี๋ยืนอยู่ด้วยแววตามืดสนิท เขาพูดเสริมด้วยน้ำเสียงต่ำ “ผู้หญิงตระกูลเจียง ข้าจะไม่เว้นสักคน”
…
มองไปบนเวที เฮ่อเหลียนเฟิงได้เล่าเรื่องราวบุญคุณความแค้นระหว่างเจียงหลีและตระกูลเย่ว์อย่างครบถ้วน
หลังจากที่รู้ว่าเจียงหลีเป็นบ่าวรับใช้บ้านตระกูลลู่ มู่หว่านโหรวพูดได้แค่ว่า “ตระกูลลู่เป็นตระกูลที่มีอำนาจราชศักดิ์ ฐานะมั่นคง แต่ทว่าด้านการอบรมสั่งสอนบ่าวรับใช้กลับถูๆ ไถๆ”
พอนางพูดเช่นนี้แล้ว ใครจะกล้าพูดอะไรได้อีก
ตอนนี้บ่าวรับใช้ที่มู่หว่านโหรวสั่งให้ไปสืบความกลับมาอย่างรีบร้อน มาถึงด้านข้างตัวนางแล้วก็โค้งตัวลงมากระซิบข้างหูนาง
อันที่จริงแล้วเสียงกระซิบกระซาบนั้นจะปิดพวกเขาไม่กี่คนที่นั่งอยู่ตรงนั้นได้อย่างไร
บ่าวรับใช้พูดเพียงสามคำ “เขามาแล้ว”
ทันใดนั้น เฮ่อเหลียนเฟิง อู๋เชียน หนานอู๋เฮิ่น พวกเขาทั้งสามคนเห็นแววตาของมู่หว่านโหรวเปล่งประกาย จึงลุกยืนขึ้น ก้าวท้าวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ให้สายตามองเห็นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
พวกเขาทั้งสามคนต่างสงสัย แท้จริงแล้วองค์หญิงอันผิงรอผู้ใดอยู่ นอกจากหนานอู๋เฮิ่นที่ยังคงสงวนท่าทีไว้ได้ เฮ่อเหลียนเฟิงและอู๋เชียนล้วนแต่นั่งยืดตัวแล้วมองไปด้านนอก