ู้สึกถึงการต่อต้านที่มาจากตัวเจียงหลี ลู่เจี้ยหันกลับไปมองอีกครั้ง ใบหน้างามล่มเมืองปรากฏอยู่ตรงหน้าเจียงหลีขยับเข้าไปยิ้มอบอุ่นให้นางแล้วพูดด้วยน้ำเสียงทรงเสน่ห์ “เด็กดี”จากนั้นในขณะที่เจียงหลีต้องสะกดกับรอยยิ้มเขาก็เดินลิ่วออกไปรอจนกระทั่งเจียงหลีได้สติคืนจากรอยยิ้มนั้น เงาของลู่เจี้ยตรงหน้าไปไหนเสียแล้ว แต่กลับมีเงาเคลื่อนไหวภายนอกผ้าม่าน“ใครอยู่ข้างนอก” แววตาเจียงหลีเรียบนิ่ง ถามออกไปเสียงต่ำ“แม่นาง ข้าได้รับคำสั่งจากนายน้อยให้มาตรวจชีพจรแม่นางก่อน” เป็นน้ำเสียงของหมอโอสถนั่นเองตรวจชีพจรหรือนางยังดีๆ อยู่ จะตรวจจับชีพจรอะไร“ไม่เป็นไรแล้ว ข้าสบายมาก” เจียงหลีปฏิเสธอย่างเย็นชาแต่ว่าหมอโอสถที่อยู่ด้านนอกกลับไม่ยอมเคลื่อนไหวยังคงยืนหยัด “ร่างกายแม่นางพึ่งถูกพรากพรหมจรรย์ ให้ข้าตรวจดูหน่อยเถิด เพื่อหลีกเลี่ยงการเจ็บป่วยในภายหลัง อย่างไรเสียนี่เป็นบุญคุณจากนายน้อย แม่นางมิควรเย่อหยิ่งปฏิเสธน้ำใจ”“…”อะไรกันเนี่ย!เจียงหลีตกตะลึง ความโกรธในใจของนางกำลังลุกโชนนางถูกพรากพรหมจรรย์ไปเสียตั้งแต่เมื่อไหร่ เห็นชัดๆ ว่านางยังเป็นดอกไม้แรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่องมิใช่หรือมารดา…สิ! หากมีคนแพร่ข่าวลือนี้ออกไป ข้าจะฆ่าเขา!“แม่นางโปรดยื่นมือมานอกผ้าม่านด้วย” หมอโอสถก้าวมาข้างหน้า ยืนหยัดที่จะทำตามคำสั่งของลู่เจี้ยกร๊อบ!เจียงหลีกำหมัดแน่นจนเสียงกระดูกดังลั่น“ไปให้พ้น” เจียงหลีตวาดลั่นร่างของหมอโอสถสั่นสะ