นี่มันยามไหนกันแล้ว
เจียงหลีประหลาดใจมองท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มือสนิทและจ้องมองลู่หวา คือผู้อารักขาคนสนิทของลู่เจี้ย แน่นอนว่านางจำได้คนนี้ที่เคยจะฆ่านางตั้งแต่คราวแรก
“มากับข้า”
ลู่เจี้ยอาการป่วยกำเริบ เจ็บปวดสาหัส ลู่หวามิสามารถถ่วงเวลาไปมากกว่านี้ เมื่อเขาเห็นว่าเจียงหลีไม่ขยับจึงรวมพลังวิญญาณไว้ที่ฝ่ามือก่อนจะพุ่งมากระชากไหล่ของนาง
ทันใดนั้นเสียงแหวกลมดังขึ้นพร้อมคมดาบที่จู่โจมอย่างดุเดือดมาที่ตนเอง
ลู่จ้านเห็นเหตุการณ์ทว่ามิได้ห้ามปราม
เจียงหลีแววตาเย็นชายืนสงบนิ่งอยู่กับที่ไม่หลบหนี หากเป็นเมื่อก่อนนางคงถอยหลังตั้งหลัก
แต่ตอนนี้…
ตูม!
พลังวิญญาณจากสองคนที่ปะทะกันระเบิดกระจายไปทั่วทุกสารทิศ
หมัดพิฆาตขั้นหกสี่แรงหมัด ลู่จ้านที่มองที่กำลังดูการต่อสู่อยู่ข้างๆ หรี่ตามองเจียงหลีอย่างตกใจ
นางใช้หมัดพิฆาตที่หนักหน่วงเข้าปะทะกับหลิงซื่อระดับเจ็ดอย่างลู่หวาอย่างไม่ถดถอย ที่สำคัญคือในระยะเวลาอันสั้นเช่นนี้นางสามารถทะลุขีดจำกัดของพลังหมัดขั้นสามไปถึงพลังหมัดขั้นสี่ได้แล้ว
ตึง ตึง ตึง!
ลู่หวาถูกโจมตีจนถอยหลังไปสามก้าวมองเจียงหลีอย่างตกใจไม่มีสิ่งใดเปรียบสีหน้าของเขาได้ เวลานี้แขนของเขาชาหนึบไปทั้งแถบราวกับหักไปแล้วมิปาน
เจียงหลีชักหมัดกลับอย่างเย็นชา ก่อนจะเยาะเย้ยมองไปที่ลู่หวา “คราวหลังหัดเกรงใจข้าเสียบ้าง”
ลู่หวาหน้าถอดสี เกิดความเดือดดาล