เจียงหลีวางคำถามในใจลงก่อน มองไปที่เย่ว์คงและเย่ว์เซิงที่ยืนข้างเย่ว์ชิงหลิว เป็นเพราะนางได้รับความทรงจำของเจ้าของเดิมมา จึงทำให้นางรู้จักเย่ว์ชิงหลิวแต่ทว่า เย่ว์คงกับเย่ว์เซิงกลับไม่รู้ ในฐานะผู้อาวุโส จะออกมาให้ผู้คนพบเห็นง่ายๆ ได้อย่างไร แต่ว่าคิดไม่ถึงที่วันนี้เย่ว์ชิงหลิวมาที่เรือนตระกูลลู่ มิหนำซ้ำยังได้พาผู้อาวุโสทั้งสองมาด้วย ตระกูลเย่ว์มีผู้อาวุโสทั้งหมดกี่คน เจียงหลีก็ไม่รู้ ทว่านางดูออกว่าเย่ว์ชิงหลิวมาเพราะนาง คิดถึงตรงนี้ เจียงหลีกระพริบตา ภายในใจเย้ยหยัน
“เย่ว์ชิงหลิว แห่งตระกูลเย่ว์พาผู้อาวุโสสองท่าน มากราบเยี่ยมนายน้อย” หลังจากที่เย่ว์ชิงหลิวมาถึง ก็ยื่นมือคำนับทำความเคารพต่อลู่เจี้ย
ความเคารพที่อยู่ในคำพูด ดูแล้วไม่มีความจริงใจสักเท่าไหร่
เจียงหลีฟังออก และเชื่อว่าลู่เจี้ยก็เข้าใจแบบนั้นเช่นกัน
“นั่งก่อนเถิด” ลู่เจี้ยทำทีไม่ได้สนใจนัก
เย่ว์ชิงหลิวกระพริบตา แอบซ่อนบางอย่างในใจ บารมีของตระกูลลู่ ทำให้บุตรชายคนนี้เป็นที่ภาคภูมิ มิฉะนั้น คนไร้ประโยชน์ที่ไม่สามารถฝึกฝนได้ จะสามารถเชิดหน้าชูตาต่อหน้าเขาได้อย่างไร
“ขอบพระคุณนายน้อยเป็นอย่างยิ่ง” ท่าทีของเย่ว์ชิงหลิวยิ่งอยู่ยิ่งไม่จริงใจ
เจียงหลีมองคิ้วขมวด แต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป
เย่ว์ชิงหลิวพาเย่ว์คงกับเย่ว์เซิงไปนั่ง แววตาของเขาเยือกเย็น เล็งสายตาไปที่เจียงหลีที่อยู่หลังลู่เจี้ย แสดงความอาฆาตอย่างเปิดเผย