“เหตุไฉนวันนี้ตระกูลเย่ว์จึงได้สะดวกแวะมาจวนตระกูลลู่ได้” ลู่เจี้ยถาม
สะดวกอย่างนั้นหรือ
เย่ว์ชิงหลิวแสดงแววตาไม่พอใจ
ตระกลูลู่ได้แสดงออกว่าต่อต้านตระกูลเย่ว์ในเมืองซูหนาน และตระกูลเย่ว์ยังถูกทาสราคาถูกตบหน้า กลายเป็นตัวตลกของเมืองซูหนาน ยังจะกล้าถามอีกว่าเหตุไฉนเขาจึงมาที่นี่
วันนี้ เย่ว์หนานซีลูกชายของเขา ยังคงหลับใหลอยู่ในนิทรา!
“ข้อขอถามนายน้อยลู่ ตระกูลเย่ว์ของข้ามีเหตุหมางใจกับตระกูลลู่อะไร” เย่ว์ชิงหลิวถาม
“ไม่มี” ลู่เจี้ยตอบอย่างไม่คิดอะไร
เย่ว์ชิงหลิวหรี่ตา มีสิ่งที่อยากพูดในใจ แต่กลับรู้สึกสั่นไหวในใจขึ้นมา ท่าทีของลู่เจี้ย ทำให้เขาเดาทางไม่ถูก
“เมื่อเป็นเช่นนั้น วันนี้ผู้ร้ายที่ทำให้ข้าเสียหน้าเช่นนี้ก็มีเพียงคนเดียว ขอให้นายน้อยส่งมอบคนนี้ให้ข้าจัดการด้วย” เขาไม่กล้าพูดถึงอาการบาดเจ็บของลูกชาย เพราะเป็นเย่ว์ซีหนานเองที่เป็นคนลงมือก่อน เขาไม่อยากผิดใจกับตระกลูลู่ เพราะเรื่องวันนี้ แต่ว่ากับเจียงหลี เขาไม่สามารถปล่อยให้ลอยนวลได้อย่างแน่นอน
น้ำเสียงของเย่ว์ชิงหลิวแข็งกระด้าง ทำให้เจียงหลีขมวดคิ้ว ภายในใจเย็นวาบ
ลู่เจี้ยกล่าวว่า “รู้หรือไม่เหตุใดตระกูลเย่ว์ถึงสามารถนั่งตรงนี้ เปิดปากพล่ามอยู่ได้ เพราะว่าเขาคือผู้ฝึกเนตรญาณ มิหนำซ้ำยังเป็นผู้มีเนตรญาณที่ระดับไม่น้อย”
คำพูดนี้ แน่นอนว่าเขาต้องการกล่าวกับเจียงหลี