เจียงหลีตะลึงงัน เย่ว์ชิงหลิวก็ตะลึงเช่นกัน อีกคนกำลังครุ่นคิด อีกคนสับสนงงงวย
เจียงหลีเข้าใจในบัดดล
นางเข้าใจความตั้งใจของชายคนนี้ เขายืมตัวเย่ว์ชิงหลิวเพื่อบอกกับตัวนางเองว่า ในโลกนี้ ตัวเองแข็งแกร่งจึงจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ชาติตระกูล ภูมิหลัง ถึงแม้ว่าจะทำให้ศัตรูรู้สึกกลัว แต่ก็ไม่สามารถสยบศัตรูได้อย่างแท้จริง หากวันนี้ เจียงหลีกลายเป็นผู้ฝึกฝนระดับสูง หรือว่าลู่เจี้ยสามารถฝึกฝนเนตรญาณ และมีพระสวรรค์ที่เทียบไม่ได้ เย่ว์ชิงหลิวจะยังกล้ามาหาอีกหรือไม่
“นายน้อยลู่ ท่านกล่าววาจานี้หมายความเช่นไร” เย่ว์ชิงหลิวกล่าวอย่างไม่พอใจ
“ผู้อาวุโส อย่าเพิ่งใจร้อน ตระกูลลู่เป็นตระกูลขุนนาง รู้จักผิดชอบชั่วดี ไม่ปกป้องทาสราคาถูก จนกระทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมหรอก” เย่ว์คงกล่าวแก่เย่ว์ชิงหลิว
คำพูดบางคำของเขา กำลังประชดลู่เจี้ยอย่างชัดเจน
เย่ว์เซิงก็กล่าวตรงไปตรงมา “นายน้อยลู่ ตระกูลเย่ว์เคารพตระกลูลู่มาโดยตลอด ทาสราคาถูกนี้ก็เป็นปัญหาภายในของตระกูล นายน้อยลู่จะเข้ามาข้องเกี่ยวทำไมเล่า” พูดไปพูดมาความหมายของทั้งสามก็คือจะให้ลู่เจี้ยสละเจียงหลีเสีย
สองคนนี้ คำก็ทาสราคาถูก สองคำก็ทาสต่ำต้อย ตั้งแต่ต้นจบจบ ไม่ได้มองหน้าเจียงหลีด้วยซ้ำ นางหัวเราะในใจ สายตายิ่งอยู่ยิ่งเยือกเย็น