เหอซื่อกลับแสยะยิ้ม “ข้าว่า นางพูดไปอย่างนั้นเองแหละเจ้าค่ะ การได้แต่งงานกับตระกูลเย่ว์ดีๆ เช่นนี้ นางจะยอมทิ้งอย่างไม่เสียดายได้อย่างไร ข้าว่าต้องเป็นเพราะนิสัยอวดดีที่ชอบทำทีวางท่าแบบคุณหนูนั่นแหละเจ้าค่ะ”
“เป็นหญิงสาวต้องโทษ ข้าทาสชั้นต่ำ! ริอาจเป็นคุณหนูอะไรได้อีก อย่าหวังเลยว่านางจะได้แต่งงานกับลูกชายข้า! ลูกสะใภ้เช่นนี้ ตระกูลเย่ว์รับไว้ไม่ลง แล้วก็ไม่เสียดายด้วย นางหาได้คู่ควรไม่! หากนางเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลเย่ว์ มีแต่จะทำให้ตระกูลเย่ว์ของข้ากลายเป็นที่หัวเราะเยาะในเมืองซูหนานเอาได้” นางหลี่ซื่อซึ่งเป็นมารดาของเย่ว์หนานซีเดินฮึดฮัดออกมาด้วยความโกรธ นัยน์ตาสองดวงมีรอยแดงฝาด เห็นได้ชัดว่าเพิ่งจะหยุดร้องไห้มา
“ท่านป้า ท่านอย่าโกรธจนเสียสุขภาพเลยนะเจ้าคะ” เจียงอวี๋พูดเอาใจ
แต่นางหลี่ซื่อเพียงกวาดตามองนางอย่างดูแคลน แล้วมองไปยังสามีของตน “ท่านพี่ หากหนานซีฟื้นขึ้นเมื่อไรก็ให้เขาส่งหนังสือถอนหมั้นไปที่จวนตระกูลลู่ ส่วนพวกเราก็ต้องเจรจากับตระกูลลู่ด้วยเจ้าค่ะ”
เจรจากับตระกูลลู่หรือ
เย่ว์ชิงหลิวขมวดคิ้ว แสดงความลังเลเล็กน้อย