แต่เจียงหลีกลับหัวเราะประชดประชัน “ท่านอาสะใภ้อย่างนั้นหรือ ฮูหยิน ท่านคงจำคนผิดหรือเปล่า ทำไมข้าถึงจำได้แต่ว่าท่านเอาข้าไปขายที่จวนตระกูลจาง หาว่าข้าลืมหน้าบิดามารดาไม่สมควรเป็นบุตรสาวตระกูลเจียง ยิ่งไม่สมควรเรียกท่านว่าท่านอาสะใภ้ ไล่ข้าเหมือนหมูเหมือนหมาให้ข้าไปเป็นทาส ส่งคนติดตามอย่างนั้นหรือ ‘นางแพศยา’ คำพูดหยาบช้าต่ำทรามเช่นนี้ ท่านก็เคยใช้พูดกับข้ามาไม่น้อย”
“เจียงหลี!” เหอซื่อตวาดลั่น
นางกลับรู้สึกถึงร่างที่อดสั่นไหวไม่ได้ของผู้อารักขาตระกูลลู่ที่ยืนอย่างน่าเกรงขามอยู่ข้างๆ นางเผชิญหน้ากับเจียงหลีที่กล่าววาจากระแทกแดกดันก่อนจะพูดกดเสียงต่ำ “ตอนนั้นเจ้าขโมยของบ้านตระกูลเย่ว์ ข้าที่เป็นอาสะใภ้เจ้า ทำไมข้าจะลงโทษเจ้าไม่ได้ เจ้าแค้นข้าขนาดนี้ข้ายอมรับ แต่ว่าตระกูลเย่ว์มีบุญคุณต่อตระกูลเจียง พวกเขายินดีรับพวกเราแม่หม้ายลูกติด ทั้งยังจัดการงานศพให้แม่ของเจ้า ตอนนี้เจ้าต้องตอบแทนตระกูลเย่ว์ให้ดี” คำพูดเหล่านี้ล้วนแล้วเป็นคำสั่งทั้งสิ้น
เหอซื่อยังคงคิดว่าตนเองยังสามารถบีบบังคับเจียงหลีผู้อ่อนโยนคนเดิมได้ตามอำเภอใจ
แต่ทว่านางกลับไม่ได้สังเกตเห็นว่ารอยยิ้มของเจียงหลีเต็มไปด้วยความประชดประชันถึงเพียงใด “อ่อ แล้วต้องตอบแทนอย่างไร” นางหันไปมองเย่ว์หนานซีแวบหนึ่ง
สายตานั้นทำให้เย่ว์หนานซีถึงกับขมวดคิ้ว ราวกับว่าได้รับความเหยียดหยามอย่างรังเกียจเดียดฉันท์