ผู้คุมหอหวังเมื่อได้ยินก็ถึงกับหน้าเปลี่ยนสีแล้วถามออกมา “แกเป็นใครที่ไหนกันแน่วะ ทำไมแกถึงรู้เรื่องภายในของวิหารศักดิ์สิทธิ์ของข้าได้น่ะ ห้ะ”
เฉินเฉียงได้ถามอีกครั้ง “ไอ้ตัวระยำฮั่นจุยนั่นได้เป็นจ้าววิหารได้ยังไง”
“หากจะให้พูดกันตามหลักการแล้ว กับไอ้ตัวที่อยู่ในระดับราชาเหนือราชาขั้นกลางควรจะไม่มีทางได้ก้าวขึ้นเป็นจ้าววิหารของเจ้าโดยง่ายไม่ใช่รึ”
“ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่าพวกแกยังมีเหล่าราชาเหนือราชาขั้นสูงอีกนับไม่ถ้วน แล้วทำไมถึงได้ยกตำแหน่งให้ฮั่นจุยมันไปกัน”
เพียงเฉินเฉียงได้ถามจบ ผู้คุมหอหวังก็ได้พูดตอบออกมาในทันที “ห้ะ ใครบอกเจ้าว่าท่านจ้าววิหารยังอยู่ในระดับราชาเหนือราชาขั้นกลางกัน”
“ไม่สิ แกกล้าเรียกชื่อท่านจ้าววิหารของพวกเราตรงๆ นี่แกเป็นใครกันแน่วะ”
เฉินเฉียงขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะเมื่อดูจากท่าทีของผู้คุมหอหวังแล้ว เฉินเฉียงนั้นเดาได้ว่าในตอนนี้ ฮั่นจุยสมควรจะอยู่ในระดับราชาจอมพลขั้นสูงเรียบร้อยแล้ว
มันก็ไม่ได้น่าแปลกแต่อย่างใด