เอ่อล้นจนต้องกลืนน้ำลายลงคอโดยไม่รู้ตัว
‘แก่นแท้ทองคำ! แก่นแท้ทองคำของเจินจวิน!’
‘เจินจวินต่างจากวางรากฐานสมบูรณ์ แก่นแท้ทองคำได้หลอมรวมกับจิตวิญญาณโดยสิ้นเชิง เป็นหนึ่งเดียวอันแนบแน่น แก่นแท้ทองคำก็คือจิตวิญญาณ จิตวิญญาณก็คือแก่นแท้ทองคำ!’
ยิ่งมองลึกลงในแสงทอง ยิ่งสัมผัสได้ถึงความลี้ลับเร้นลึก เพราะนั่นคือผลจากการบำเพ็ญทั้งชีวิตของหงยวิ๋น อย่าว่าแต่กลืนกิน หากเพียงได้กลิ่นแตะจางๆ ก็อาจทำให้ในสมองผุดพรายด้วยญาณรู้ต่อเนื่อง สิ่งเหล่านั้นคือมรรควิถีของหงยวิ๋น คือความเข้าใจของเขาต่อฟ้าดิน ต่อลิขิตแห่งมรรคา
‘…ไม่ได้ ต้องอดกลั้นไว้!’
วินาทีนั้น ลวี่หยางเร่งสะกดอารมณ์ทั้งปวงอย่างฉับพลัน ถอยหลังหนึ่งก้าว สายตาฉายแววระแวดระวังสายหนึ่ง
‘ของสิ่งนี้ ช่างเป็นสิ่งอันตรายอย่างแท้จริง!’
แก่นแท้ทองคำ มิใช่สิ่งที่ผู้ใดก็ลิ้มรสได้
โดยเฉพาะแก่นแท้ทองคำของเจินจวิน นั่นคือแก่นสารแท้แห่งจิตวิญญาณ การกลืนกินย่อมนำมาซึ่งการเพิ่มพูนแห่งมรรควิถี แต่ในเวลาเดียวกัน ก็ย่อมค่อยๆ ถูกกลืนกลับ
ท้ายที่สุด… ผู้ใดจะรู้ว่า เป็นท่านที่หลอมกลืนแก่นแท้ทองคำ
หรือว่า… เป็นแก่นแท้ทองคำที่หลอมกลืนท่าน?
‘ของเช่นนี้ หาใช่สิ่งที่ผู้บ่มเพาะระดับต่ำกว่าพึงละโมบไม่’
‘เกรงว่าคงมีแต่เจินจวินที่มีพลังวิถีสูงส่งกว่า จึงจะอาจลิ้มรสแก่นแท้ทองคำสายนี้ได้… เช่นชิงเฉิงเฟยเสวี่ยเจินจวินในชาติที่แล้ว’
‘แต่ก็ดีอยู่…’
สายตาของลวี่หยางค่อยๆ สงบ