ลงอีกครั้ง แม้แก่นแท้ทองคำของเจินจวินจะร้ายกาจเพียงใด แต่เมื่อเผชิญหน้าคัมภีร์ร้อยชาติ ก็ประหนึ่งไข่กระแทกหิน ไม่มีสิ่งใดเทียบเคียงกันได้เลย
“ตูมม!”
ท้ายที่สุด พลันมีแสงเจิดจ้าสาดพุ่งขึ้นพร้อมเสียงกัมปนาท หน้าต่างของคัมภีร์ร้อยชาติปรากฏเส้นทางชีวิตของหงยวิ๋นแน่นขนัด นับไม่ถ้วน
อีกด้านหนึ่ง จิตวิญญาณของหงยวิ๋นลอยเคว้งกลางห้วงว่างดุจเปลือกที่ว่างเปล่า ความคิดนึกทั้งมวลราวไม่เคยมีอยู่ มลายหายไปโดยสิ้นเชิง เหลือเพียงเปลือกหนึ่งเดียว ลวี่หยางเห็นดังนั้นไม่กล้าเฉื่อยชา กวัดแกว่งธงหมื่นวิญญาณรวบเก็บ แล้วฉีกเปิดห้วงมิติ หายลับจากที่เดิม
ในขณะเดียวกัน ลวี่หยางก็มิได้ลืมตรวจสอบประวัติของหงยวิ๋น
‘หงยวิ๋น… หงยวิ๋น สมกับนามนี้จริงๆ! ช่วงชีวิตครึ่งแรกของเจินจวินผู้นี้ คงต้องใช้คำว่า โชควาสนาแตะฟ้าถึงจะเหมาะสม!’
ผู้มีวาสนาใหญ่โดยกำเนิด
‘ในระดับหนึ่ง เขากับเซียนวิญญาณโดยกำเนิดก็มิได้ต่างกันนัก ล้วนได้รับความเอ็นดูจากฟ้าดิน เพียงแต่เขานั้น… ยังโชคดีกว่าหนึ่งขั้น’
‘เพราะเขาขึ้นทันเที่ยวสุดท้ายของการแสวงหาโอสถทองคำพอดี’
เมื่อเทียบกับยุคของเซียนวิญญาณโดยกำเนิดมู่ฉางเซิง ช่วงที่หงยวิ๋นแสวงหาโอสถทองคำ ฟ้าดินยังมิได้แข็งทื่อดุจปัจจุบัน ยังพอมีช่องให้ทะยานขึ้น
‘ทว่าหากเทียบกับชีวิตครึ่งแรกแล้ว ช่วงชีวิตครึ่งหลังของหงยวิ๋นช่างตกต่ำถึงขีดสุด! เริ่มจากถูกอั้งเซียวลอบทำร้าย สูญเสียความทรงจำไปมหาศาล ต่อด้วยท่า