แถมมันนั้นยังไม่อาจใช้กระแสจิตรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายนั้นยิงมาจากไหน
นี่ทำให้มันนั้นคิดจะเลิกเล่นและรีบสังหารศัตรูตรงหน้ามันให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วไปได้ ก่อนคนที่มาช่วยศัตรูของมันจะมาถึง
อย่างไรก็ตาม มันนั้นคิดไม่ถึงว่าศัตรูที่อยู่ตรงหน้ามันนั้นได้เปลี่ยนรูปแบบการโจมตีในทันทีที่เห็นธนูไร้สีสันนี้ ถามการโจมตีที่มันได้รับนั้นกลับรุนแรงยิ่งขึ้นในทุกชั่วขณะ
สิ่งที่ราชาสัตว์วิญญาณหนุ่มคนนี้ไม่รู้ก็คือ ถึงแม้ว่าเม่ยหลัวหลันจะมีระดับบ่มเพาะอ่อนด้อยกว่ามัน แต่ด้วยการเกื้อหนุนจากโลกใบเล็กภายในร่าง ทำให้เธอนั้นสามารถเพิ่มพลังป้องกันของเธอได้ชั่วขณะหนึ่ง โดยที่เธอไม่ต้องเหนื่อยแรงมากแต่อย่างใด
แต่สำหรับราชาสัตว์วิญญาณหนุ่มผู้นี้ การดิ้นรนของเม่ยหลัวหลันก็เปรียบได้ดั่งการแสดงออกมาซึ่งแรงเฮือกสุดท้ายเพียงเท่านั้น
หลังจากแสยะยิ้มออกมา มือของราชาสัตว์วิญญาณหนุ่มก็ได้ถูกปกคลุมไปด้วยขนที่หนาเตอะ พร้อมเล็บที่งอกยาวออกมาราวกับเป็นตะขอเหล็กสองอัน
เม่ยหลัวหลันตกตะลึงในทันทีที่พบว่าคนที่ตนสู้อยู่ด้วยนี้ความจริงแล้วคือราชาพยัคฆ์