เฉินเฉียงยังคงจับจ้องไปที่ภาพวาดห้วงมหาสมุทรอย่างไม่ละสายตาและจับจ้องไปที่ชายวัยกลางคนที่ทำตัวราวกับรับรู้เกลียวคลื่นนี้อย่างสบายอารมณ์อย่างไม่กะพริบตา
ที่แตกต่างกันระหว่างชายคนนี้กับเขานั้นคงมีเพียงการจ้องมองภาพวาดนี้กันอยู่คนละด้านเพียงเท่านั้น
แต่เป็นตอนนี้ที่เฉินเฉียงราวกับกำลังรับรู้ถึงอะไรบางสิ่ง
มันเกี่ยวกับเจตจำนงแห่งการต่อสู้ที่เขาฝึกฝน
ถึงแม้สายเลือดของเขาในตอนนี้จะอยู่ในระดับสูงที่เรียกว่าโกลาหลอาชาไนย แถมเฉินเฉียงยังคิดมาโดยตลอดว่าขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของเขานั้นจะพัฒนาได้ตามระดับสายเลือดของเขาก็ ตาม
แต่เป็นตอนนี้ที่เฉินเฉียงนั้นราวกับจะมาฉุกคิดได้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการยกระดับขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของเขานั้นคือระดับพลังจิต
และยิ่งไปกว่านั้นคือ ก่อนหน้านี้ เฉินเฉียงนั้นคิดไปว่าขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของเขาทำได้เพียงแค่เป็นเขตแดนส่วนตัว ต่อให้พบเจอการโจมตีที่รุนแรงขนาดไหนก็ไม่กระเทือนทำให้ เฉินเฉียงราวกับเต่าที่มีกระดองที่แข็งแกร่ง หาได้ใช้ในการโจมตีจริงๆได้ไม่
แต่เป็นตอนนี้ที่เขานึกขึ้นมาได้ว่าขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ที่แท้จริงไม่ได้ใช้กันแบบนี้