อนหน้า… แก่นแท้แห่งมวลบุปผา เป็นเคราะห์ยามรวมลมปราณของสหาย ในเวลานั้นยังเยาว์นัก ยากยับยั้งใจตน ถูกล่อลวงคดโกง…ก็สุดแล้วแต่ชะตา”
“ทะเลโศกาท่วมท้น เป็นเคราะห์ช่วงวางรากฐานขั้นต้น หนทางแห่งเต๋าดับวูบ หัวใจสิ้นหวัง…สหายกลับผ่านพ้นมาได้ ฟื้นฟูจิตมั่นแห่งเต๋า นับว่าไม่ธรรมดา”
“ข้ามสายน้ำแห่งความหลง เป็นยามแสวงหา‘ญาณว่าง’ไขว่คว้าหาหนทางอื่นมิพบ อีกทั้งยังเป็นผู้ฝึกตนเดียวดาย มิอาจได้สืบทอดสายตรงของนิกายชั้นสูง ความมืดมนจึงบังเกิด นี่เป็นความแตกต่างตั้งแต่ชาติกำเนิด จะโทษสหายก็มิได้ คงต้องว่าฟ้าที่ลิขิตมาเช่นนั้น”
“ส่วน เพลงแห่งห้วงแค้นนิรันดร์ ก็คือโทสะหลังสหายหยั่งรู้สัจธรรมแท้”
เอ่ยมาถึงตรงนี้ จงกวงกล่าวสรุป
“เมื่อมองตลอดชีวิตของสหาย ล้วนอยู่ใต้การปกครองของเจินจวิน นับแต่ขั้นรวมลมปราณก็ถูกวางกลล่อหลอก มิหลงเหลือทางรอดแม้สักก้าว…จะว่าไปแล้ว ได้มาถึงวันนี้ก็ต้องนับว่าเป็น‘โชคดี’แล้ว”
เจินเหรินบรรพกาลได้ฟังดังนั้น กลับหัวเราะลั่น “โชคดี…โชคดี ฮ่าๆๆ!”
“ถ้อยคำของสหายล้วนน่าฟัง!”
“หากมิใช่โชคฟ้าประทาน ข้าจะสามารถบรรลุถึง วางรากฐานสมบูรณ์ ได้อย่างไร? หากมิใช่โชคฟ้าประทาน ข้าจะไปพบ เมล็ดพันธุ์แห่งภพสวรรค์ นั้นได้อย่างไร? จะเนรมิตสวรรค์แห่งความมิมีได้อย่างไร?”
“ล้วนเป็นโชคดีทั้งสิ้น!”
ทว่าครู่ถัดมา เสียงหัวเราะของเจินเหรินบรรพกาลกลับเงียบวับ
“แต่ผู้มีโชคดีถึงเพียงนี้เช่นข้า ยังมิอาจเป็นเจินจวิน