เมื่อเห็นท่าทางคันปากของศิษย์ทั้งสองคนนี้ เฉินเฉียงก็ได้พูดต่อ “พวกเราที่เป็นผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตนั้น สามารถรวบรวมอาหารเลือดเพื่อยกระดับการบ่มเพาะได้ เรื่องนี้ข้านั้นยอมรับ”
“แต่กลับมีไอ้พวกระยำบางตัวที่อาศัยข้ออ้างนี้ก่อปัญหาขึ้นมา และเอ่ยอ้างนามของวิหารศักดิ์สิทธิ์เพื่อหาผลประโยชน์ใส่ตัวไปทุกหย่อมหญ้า”
“เรื่องนี้เท่านั้นที่ข้าผู้นี้ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง”
“แล้วพวกเจ้ารู้อะไรรึเปล่า”
“เมื่อไม่นานมานี้ ไอ้ฉากนองเลือดที่บันทึกอยู่ในนี้นั้นได้ทำให้ผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตฆ่าผู้บริสุทธิ์นี้ ได้ถูกเผยแพร่ไปทุกมุมเมืองทั่วทั้งโลกปีศาจแล้ว”
“นี่ทำให้ชื่อเสียงของวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่เคยสูงล้ำต้องถูกดึงต่ำป่นปี้ไม่เหลือ รวมถึงพวกเราที่เป็นผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตที่ยังไม่รู้เรื่องราวมาก่อนก็ยังต้องรังเกียจเดียดฉันท์ประดุจดั่งหนูที่ข้ามถนนแล้วถูกผู้คนพบเจอ แล้วร้องขับไล่ไปทุกหัวระแหง”
เมื่อพูดมาถึงจุดนี้ กลัวเหลียงกลับถามออกมาอย่างไม่เห็นด้วยเพื่อเปิดทางสุมไฟ “ท่านผอ. ไม่ใช่ว่าท่านกล่าวเกินจริงไปอย่างนั้นรึ”