ม่ไปเสีย
แม้ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าแผนการนี้มีความเสี่ยงมาก แต่ก็เป็นหนทางที่ลวี่หยางคิดว่า ปลอดภัยที่สุดแล้ว หาใช่มีทางเลือกอื่นใดอีก
จะให้ทอดทิ้งทองเซินอย่างนั้นหรือ?
‘หากถึงขนาดนั้นแล้วยังมีเจินจวินบุกมาถึงที่ได้อีก…ข้าก็ยอมรับความสามารถพวกเขาแล้วกัน ชีวิตนี้คงต้องยกให้ไปเถิด! อย่างมากก็เริ่มใหม่…ให้คัมภีร์ร้อยชาติชะล้างทีหนึ่ง!’
…แต่แล้ว ในชั่วขณะนั้นเอง
“เดี๋ยวก่อน…อย่าเพิ่งรีบด่วนไปนัก”
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากในธงหมื่นวิญญาณ ทำให้มือของลวี่หยางชะงักกะทันหัน จากนั้นก็รีบเปิดธงออก ดูไปยังท่านบรรพชนถิงโยวที่เพิ่งฟื้นจากสมาธิอันลึกสงบ
“ท่านบรรพชน!”
ลวี่หยางมีสีหน้าปลาบปลื้มยินดี “รวดเร็วนัก! ท่านหลอมกลืนฤทธิ์โอสถเสร็จแล้วหรือ?”
“ก็งั้นๆ น่ะ”
ท่านบรรพชนถิงโยวลูบเคราครุ่นคิด “จะว่าอย่างไรดี…รู้สึกว่าฤทธิ์โอสถที่ได้ก็ไม่มากเท่าที่คิดไว้ แต่ยังไงเสียก็พอมีผลอยู่บ้าง”
เมื่อเอ่ยมาถึงตรงนี้ เขาก็เหลือบมองทองเซินในมือของลวี่หยางอีกครา เอ่ยเสียงเคร่ง “ก่อนหน้านี้ข้าได้คำนวณพินิจให้เจ้าแล้ว ทองเซินนี้…หากนำออกไป ย่อมเกิดความแปรปรวนมากมาย อีกทั้งยังถูกติดตามได้ง่าย แม้เวลานี้ไม่มีผู้ใดจดจ้องเจ้าอยู่ แต่ภายหลัง…ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางตามรอยได้”
“นี่…”
คำกล่าวนี้ ทำให้สีหน้าลวี่หยางค่อยๆ คล้ำลง…แม้แต่ท่านบรรพชนถิงโยวยังกล่าวเช่นนี้ ความมั่นใจในแผนเดิมของเขาก็พลันลดฮวบลงถนัด
“…ข้ารู้แล้ว”
เขาหาใช่คนโลภไร้ย