างอาย หากเห็นว่ามีหวังบ้าง ก็พร้อมจะเสี่ยง แต่หากไร้ซึ่งความหวังโดยสิ้นเชิง…ย่อมไม่คิดลงมืออย่างดื้อรั้น
“หากต้องตัดสินใจแล้วไม่รีบตัดใจ ก็จะต้องเผชิญความวุ่นวายแทน!”
“ศิษย์ผู้น้อยจะละทิ้งทองเซินเดี๋ยวนี้แหละ…”
ถ้อยคำของลวี่หยางยังไม่ทันขาดเสียง บรรพชนถิงโยวก็ตัดบทขึ้นอีกครั้งว่า
“อย่าเพิ่งใจร้อน…แม้แผนของเจ้าจะมีข้อบกพร่อง แต่ข้าช่วยเจ้าได้”
ดวงตาของลวี่หยางเป็นประกายขึ้นทันที “…จริงหรือขอรับ!?”
“อืม ข้าพึ่งคำนวณเรื่องนี้ให้เจ้าพอดี”
บรรพชนถิงโยวเอ่ยด้วยสีหน้านิ่งสงบ “ประการแรก การยืมมือผู้อื่นนำทองเซินกลับคืน ย่อมเปิดช่องโหว่ใหญ่ อีกทั้งเสี่ยงแปรเปลี่ยนผลกรรมมากเกินไป…ใช้การไม่ได้โดยสิ้นเชิง”
“หนทางเดียวที่เป็นไปได้ คือให้ร่างแยกส่งกลับสู่ตัวตนหลักของเจ้าโดยตรง”
“กระบวนการนี้…ต้องไม่มีผู้ใดล่วงรู้ แล้วร่างแยกของเจ้าก็ต้องฆ่าตัวตาย กลับสู่วัฏจักรเวียนว่าย ลบรอยกรรมทั้งหมดให้หมดสิ้น!”
“อืม…”
ลวี่หยางหาใช่คนโง่ บัดนี้เมื่อฟังมาถึงเพียงนี้ เขาก็พลันเข้าใจโดยพลัน “ท่านบรรพชนหมายถึง…ใช้กายธรรมส่งของจากระยะไกลใช่หรือไม่?”
กายธรรมควบคุมสรรพสิ่งแห่งฟ้าดั้งเดิม!
เคล็ดวิชาแปรกายนี้ นอกจากจะเป็นสมบัติล้ำค่าทางวิญญาณ ยังเป็นหนึ่งในวิชาประจำนิกาย และเมื่อใช้วิชา ก็สามารถโอนย้ายสลับระหว่างตัวตนหลักกับร่างแยกได้อย่างอิสระ
แต่ไม่นาน ลวี่หยางก็ขมวดคิ้วแน่น “แม้จะว่าเช่นนั้น…แต่หากให้กายธรรมควบคุมส