บทที่ 342 การยืนหยัดของคนผู้หนึ่ง
ทะเลเมฆเชื่อมฟ้า ผาเพลิงศักดิ์สิทธิ์
เพียงเห็นแสงทองคำพลุ่งพล่านขึ้นจากพื้นดิน สาดส่องดั่งแสงตะเกียงนับพัน ริ้วลายลึกล้ำราวค่ายกลสวรรค์ส่องสะท้อนแน่นหนา ค่อยๆ เคลื่อนไหลเข้าสู่ศูนย์กลาง ประสานรวมบนเงาร่างหนึ่ง
เขาสวมเสื้อคลุมขนกระเรียน ยิ้มละไมที่มุมปาก พัดขนนกในมือพลิ้วไหว รูปลักษณ์สูงสง่าเฉิดฉาย
เพียงยืนอยู่ตรงนั้น ก็คล้ายช่วงชิงสิ้นซึ่งโชคชะตาฟ้าดิน โชคลาภเงินทอง กระทั่งวาสนาแห่งสรรพชีวิต ผู้ใดพบเห็นล้วนบังเกิดจิตริษยาโดยไม่รู้ตัว
นักพรตหงยวิ๋น!
ผู้ถือกำเนิดใหม่แห่งตำแหน่งมรรคผล ยามนี้เพิ่งเผยกลิ่นอายแห่งความยิ่งใหญ่ในอดีตขึ้นเล็กน้อย ดวงตาที่ทอดมองฟ้าเบื้องบน ฉายแววรำลึกลึกล้ำ
“ผ่านไปเนิ่นนานเพียงใดแล้ว?”
ห้าพันปี!
ตลอดห้าพันปีเต็ม เขาไม่เคยได้เห็น ตะเกียงดับแสง อีกเลย ทั้งที่คือผู้ถือกำเนิดใหม่แห่งตำแหน่งมรรคผล กลับราวกับถูกมรรคผลทอดทิ้งโดยสิ้นเชิง ตกต่ำอย่างถึงที่สุด
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน:‘อั้งเซียว…!’
ยามนี้ความเคียดแค้นของหงยวิ๋นต่ออั้งเซียว คล้ายสายน้ำหลั่งไหลแห่งมหาคงคา มิมีวันล้างสิ้น
ยิ่งนับตั้งแต่ชิงคืน 《สัจธรรมแท้แห่งฟ้าดินจากการหยั่งรู้ถ้ำสุญญตา》 กับ 《ประกายหยกโคมทองอันโอภาส》 กลับมาได้ เขาก็รำลึกถึงความทรงจำที่ถูกพรากไปในอดีตอีกครา
ทั้งสองเคล็ดวิชานั้นล้วนมิผิดพลาดอันใด เพราะหงยวิ๋นวางกลลับไว้ภายในตั้ง