แต่แรก เพื่อให้แน่ใจว่ามีเพียงตนเท่านั้นที่ใช้ได้ และผู้อื่นไม่อาจล่วงละเมิด หากไม่เช่นนั้น เขาย่อมไม่กล้าถึงขั้นอาศัยเคล็ดสองบทนั้นเปิดหนทาง แสวงหาโอสถทองคำ ได้โดยตรง
‘ยังประมาทไม่ได้!’
ในใจหงยวิ๋นตื่นรู้ชัดแจ้ง เขารู้ดีว่า การแสวงหาโอสถทองคำของตนจะส่งผลต่ออั้งเซียวมากเพียงใด คิดดูเถิด อีกฝ่ายย่อมไม่รั้งรอที่จะขัดขวางด้วยทุกวิถีทางอย่างแน่นอน
และในขณะนั้นเอง…
“ครืน!”
ณ เมืองท่ากานถังแห่งเจียงหนาน ภายในเศษเสี้ยวของถ้ำสวรรค์ พลันมีเสียงคำรามกึกก้องขึ้น เมื่อจงกวงกระตุ้นเคล็ดวิเศษบนกาย หงยวิ๋นก็พลันสัมผัสได้ว่า แสงจากตะเกียงดับแสง เริ่มเฉไฉเบี่ยงเบน…
“หืม? เป็นจงกวงงั้นหรือ”
เมื่อเห็นดังนั้น นักพรตหงยวิ๋นพลันขมวดคิ้ว แม้ยังไม่ถึงขั้นล้มเหลวโดยสิ้นเชิง หากแต่การถูกรบกวนเช่นนี้ กลับก่อให้เกิดความปั่นป่วนขึ้นมากมายในทันที
คิดได้ดังนั้น เขาจึงหันไปมองยังเบื้องข้างในทันใด
ณ ที่ตรงนั้น ชิงเฉิงเฟยเซวี่ยเจินจวินยืนแน่วแน่อยู่ในชุดอาภรณ์สตรี สงบสำรวม งามสง่า มิเคลื่อนไหวแม้ปลายชายแขน แม้จะเห็นการปรากฏตัวของจงกวง ก็ยังคงสงบนิ่งดั่งเดิม…
นางยังยืนนิ่งสงบ ไม่มีแม้สัญญาณแห่งความหวั่นไหวต่อการปรากฏตัวของจงกวงแม้แต่น้อย
“ท่าน… ไยจึงกระทำเช่นนี้?” หงยวิ๋นอดมิได้เอ่ยปากถาม ในเมื่อก่อนหน้านี้อีกฝ่ายสลัดทิ้งจงกวงแล้วหันมาลงเดิมพันกับตน เหตุใดจึงยังปล่อยให้จงกวงมีโอกาสวางแผนลงมืออีกเล่า?
ทว่าคำตอบที่เขา