ในมุมมองของศิษย์ผู้คุมกฎทั้งสอง ศิษย์แผนกอื่นๆก็ไม่ได้ต่างไปจากอาหารโลหิตของหุ่นเชิดของพวกเขา ยิ่งเมื่อพวกเขาได้พบร่องรอย พวกเขาย่อมต้องหาเรื่องให้สองคนนี้กลายเป็นอาหารโลหิตอย่างไม่ต้องสงสัย
เมื่อเห็นฉากนี้ เฉินเฉียงก็แสดงออกมาด้วยท่าทีขุ่นเคืองใจ
“โฮ่…..นี่หมายความว่าพวกเจ้านั้นไม่ใช่คำพูดของผู้อาวุโสผู้นี้สินะ”
เมื่อได้ยินแบบนี้ ศิษย์หอผู้คุมกฎทั้งสองรีบโค้งคำนับแล้วพูดออกมา “ท่านผู้อาวุโสผู้คุมกฎ ศิษย์ไม่กล้าทำเช่นนั้น”
“แต่ในเมื่อศิษย์พี่หลิวเหรินตกอยู่ในสภาพนี้อย่างไม่รู้ที่มาที่ไป หากพวกเราไม่สืบสวนให้กระจ่างชัด แล้วพวกเราจะไปอธิบายกับผู้อาวุโสฉีได้ยังไงกัน”
“ดังนั้น ข้าขอให้ท่านผู้อาวุโสให้อภัยในการกระทำของพวกเราด้วย”
หลังจากสิ้นคำ ศิษย์ผู้คุมกฎอีกคนหนึ่งได้นำนกหวีดออกมาและเป่ามันในทันที
เสียงที่แหลมเล็กได้ดังออกไปอย่างทอดยาว และนี่ทำให้เสียงฝีเท้าจำนวนหนึ่ง รีบเร่งลงมาจากเพดานของหอตำราวิชายุทธ์
“ใครเป่านกหวีดฉุกเฉิน”