งแล้ว อั้งเซียวหาได้หวั่นเกรงต่อ หงยวิ๋นผู้กำลังแสวงหาโอสถทองคำ ไม่ แต่ปัญหากลับอยู่ที่ ก่อนที่หงยวิ๋นจะเริ่มแสวงหาโอสถทองคำนั้น…สติส่วนหนึ่งของเขากลับถูกผนึกไว้ในประตูสวรรค์ทักษิณ ทำให้สูญเสียการรับรู้ต่อโลกภายนอก และพลาดโอกาสในการแทรกแซงที่ดีที่สุด
เมื่อเขาตระหนักได้อีกครั้ง…ก็สายเกินไปแล้ว
หงยวิ๋นได้ผ่านช่วงต้นอันสำคัญไปแล้ว บัดนี้กำลังเร่งเร้าให้ตำแหน่งมรรคผลหันมาเหลียวแล เดินมาถึงจุดนี้…ย่อมไม่เหลือเวลาให้จัดวางกลลวงใดอีก
และนี่เอง…คือแผนการที่ชิงเฉิงเฟยเสวี่ยเจินจวินได้วางไว้!
ทว่า…หากเปลี่ยนมองในอีกแง่หนึ่ง
“ตราบใดที่ข้าสามารถช่วยท่าน ชดเชยเวลาที่ขาดหายไปได้…ข้าเชื่อว่า ท่านย่อมมีวิธีทำลายพันธนาการด้วยตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งผู้ใดอีก”
เมื่อวาจาสิ้นสุดลง จงกวงก็เผยไพ่ในมือของตนออกมา
เพียงเห็นรัศมีเรืองรองพลุ่งพล่านทั่วร่างเขา อั้งเซียวพลันรู้สึกได้ถึงต้นกำเนิดของแสงนั้นในบัดดล “ตะเกียงดับแสง…พิธีกรรมที่สอดคล้องกันรึ?”
“ข้าตีความหมายของตะเกียงดับแสง…ขนานนามสิ่งนี้ว่า พลิกกลับ”
จงกวงกล่าวเสียงหนักแน่น “หงยวิ๋นจมลึกอยู่ในกลลวงของท่าน ข้ากลับยื่นมือเข้าช่วย นำพาเขาหลุดจากชะตาตาย…นี่แหละ คือ พลิกกลับสูงสุด เพียงพอจะดึงดูดสายตาแห่งตำแหน่งมรรคผลให้เหลียวแล!”
หากลวี่หยางได้อยู่ที่นี่ ณ เวลานี้ ย่อมต้องตระหนักได้ในบัดดล
นั่นคือ การแลกเปลี่ยนครั้งนั้น!
ก่อนเข้าสู่ประตูสวรรค์ทักษิณ จง