จออกมือแล้วเช่นกัน
มีเพียงอั้งเซียวเท่านั้น ผู้ที่เป็นปฏิปักษ์กับเจินจวินทั้งปวง ที่ทั้งมีแรงจูงใจและความสามารถพอจะยื่นมือได้
เพราะศัตรูของศัตรู…ก็คือมิตร
ขณะนี้ จงกวงเลือกฝากชะตาไว้กับสวรรค์แห่งความมิมี เจินจวินทั้งหลายจึงไม่มีผู้ใดขัดขวาง เพราะเมื่อเปรียบเทียบแล้ว ฝ่ายอั้งเซียวสำคัญยิ่งกว่าในสายตาของผู้เฝ้าสังเกต
สวรรค์แห่งความมิมี!
นี่มันใช้ข้าเป็นโล่บังศรโดยแท้
คิดถึงตรงนี้ อั้งเซียวกลับไม่โกรธแม้แต่น้อย กลับหัวเราะเบาๆ เอ่ยว่า “ข้ามีวิธีแน่นอน ที่จะช่วยเจ้าต้านการยึดจิตจากมู่ฉางเซิงได้”
มู่ฉางเซิงนั้น…เป็นคนที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างแท้จริง
หากในสายตาของอั้งเซียว เขากลับหาใช่ตัวตนลึกล้ำจนเกินเข้าใจไม่ นับแต่อดีตกาล เขาเคยเห็นบุตรแห่งโชคชะตาอัจฉริยะที่เหนือกว่าผู้คนทั่วไปมาแล้วนับไม่ถ้วน
แต่ล้วนกลายเป็นอดีตไปหมดแล้ว!
มีเพียงผู้ที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งเจินจวินเท่านั้น จึงจะยืนหยัดมั่นคงในโลกนี้ได้อย่างแท้จริง…รายก่อนคือเฟยเสวี่ย…คนผู้นี้กับนาง ราวกับพิมพ์เดียวกันมิผิดเพี้ยน
เขาจะเป็นรายต่อไปหรือไม่เล่า?
อั้งเซียวครุ่นคิดในใจ แต่บนใบหน้ายังไร้คลื่นไหวเฉกเช่นเดิม เอ่ยยิ้มบางว่า “ข้าย่อมสามารถช่วยเจ้าได้…แต่สหายผู้เยาว์ เจ้าจะใช้สิ่งใดมาตอบแทนข้าเล่า?”
“สิ่งที่ท่านขาดอยู่…ก็แค่เวลาเท่านั้น”
จงกวงเอ่ยชี้ลงตรงจุดอย่างไม่ลังเล เผยให้เห็นถึงภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของอั้งเซียวในยามนี้ แท้จริ