ตราบใดที่เขาสามารถเข้าไปในวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้ เขาจะทำตามคำขอของชายแก่คนนี้ เพราะมันง่ายราวกับพลิกฝ่ามือของเขาเลยทีเดียว
หลิวฉิงหยุนเองเมื่อได้ยินก็แสดงออกมาด้วยท่าทีที่ปลาบปลื้มใจ ก่อนที่จะวางกล่องหยกตรงหน้าของเฉินเฉียงแล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
หลังจากเฉินเฉียงเก็บกล่องหยกกลับไปแล้ว เขาก็ได้ถามออกมาด้วยความสงสัย “ผู้อาวุโสสูงสุด ข้าขอถามได้รึเปล่าว่าทำไมพวกวิหารศักดิ์สิทธิ์ถึงได้ให้ความสำคัญกับผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตมากมายถึงขนาดนั้น”
“นั่นเป็นคำถามที่ดี”
หลิวฉิงหยุนเอ่ยชมออกมา “เฉินฉียง ในฐานะที่เจ้าเป็นผู้บ่มเพาะ เจ้าเองก็ควรจะได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับผู้บ่มเพาะลึกลับจากโลกอื่นสามคนที่คงอยู่ในวิหารศักดิ์สิทธิ์ใช่รึเปล่า”
เมื่อเห็นเฉินเฉียงพยักหน้า หลิวฉิงหยุนก็ได้พูดต่อ “จากที่ข้าได้ยินมาตอนอยู่ที่นั่น เมื่อหลายร้อยปีก่อน ผู้บ่มเพาะทั้งสามมีระดับการบ่มเพาะที่สูงล้ำและหลุดเข้ามายังโลกปีศาจ ด้วยเวลาสั้นๆทำให้ทุกคนในตอนนั้นต้องถอยร่นไปตั้งรับที่วิหารศักดิ์สิทธิ์”