“แต่ในที่สุด พวกของข้าทั้งห้าคนก็ถูกรับเข้าวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่ใฝ่ฝันถึง”
“อย่างไรก็ตาม เพียงแค่พวกข้าได้ย่างเข้าไปเป็นครั้งแรก ข้าก็รับรู้ว่าการที่จะได้รับเคล็ดวิชาบ่มเพาะที่สูงล้ำซึ่งได้มาจากผู้บ่มเพาะจากอีกโลกหนึ่งนั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ให้คำมั่นกับพวกข้า”
“วิหารศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นสถานที่ที่น่ากลัว ราวกับแม่น้ำที่บ้าคลั่งและทะเลสาบที่น้ำข้างใต้เป็นไฟเชี่ยวกราก”
ในตอนนี้ หลิวฉิงหยุนที่เล่าเรื่องออกมาก็ได้แสดงท่าทางราวกับกำลังฝันร้าย เหมือนกับเขาได้นึกถึงบางอย่างแล้วทำให้เขานั้นทั้งโศกเศร้าและโกรธเคือง
เฉินเฉียงเองก็ยังคงฟังอย่างเงียบๆและไม่ได้พูดอะไรออกมา
เมื่อนี่เป็นโอกาสอันดีที่จะได้รู้เกี่ยวกับวิหารศักดิ์สิทธิ์ เขาย่อมต้องใส่ใจฟังมากกว่าพูด
“หากพวกข้าต้องการจะได้รับเคล็ดวิชาจากผู้บ่มเพาะอีกโลกหนึ่งนั้น พวกเราต้องรับใช้องค์กรสาขาของวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อว่า กองโจรหมาป่า เป็นเวลาอีกสองปี”
“ในเมื่อพวกข้าทนมาได้ห้าปี กับอีแค่สองปีจะนานอีกสักเท่าไหร่กันล่ะ”
“เมื่อต่างก็ไม่เห็นต่าง พวกเราจึงตอบรับการเข้าร่วมกับกองโจรหมาป่า และไปที่นั่นในทันที”