ง ราวกับว่าเบาสบายมาก “ไปกันเถอะ”
“….” ซูม่านม่านอึ้งไปแล้ว
โลงศพทำจากไม้เนื้อแข็ง ด้านในมีชายร่างสูงและแข็งแรงนอนเหยียดยาวอยู่ น้ำหนักไม่เบาเลย แต่เฝ่ยไป๋ลู่กลับเดินแบกโลงศพและพอเดินไปสักพักก็ยังไม่มีเหงื่อสักหยดบนใบหน้า
ซูม่านม่านเดินนำทางด้านหน้า แต่หันกลับมามองเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยความประหลาดใจบ่อย ๆ เฝ่ยไป๋ลู่ยิ้มพร้อมกับอธิบายว่าตัวเองแข็งแรงมากตั้งแต่เกิด
มีเฝ่ยไป๋ลู่ร่วมด้วย ไม่นานก็เดินมาถึงพื้นที่โล่งแห่งหนึ่ง
ซูม่านม่านย้ายกานว่างออกจากโลง แล้วโยนลงพื้นอย่างไม่สนใจ
ถึงแม้ว่ากานว่างจะลืมตา แต่กลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ ต่อโลกภายนอก
ดวงตาเฝ่ยไป๋ลู่พลันเป็นประกาย
ในตอนนี้เองที่เธอค้นพบความผิดปกติของกานว่างแล้ว
ม่านตาของกานว่างหลุดโฟกัส ตัวแข็งทื่อ ไม่มีสติ
ที่แปลกกว่านั้นคือ เขาไม่หายใจ
ดูเหมือน…ศพที่ตายตาไม่หลับ
“เสร็จแล้ว จะอยู่หรือตาย ขึ้นอยู่กับโชคของคุณแล้ว” ซูม่านม่านปรบมือ
เธอเหลือบมองเฝ่ยไป๋ลู่ที่มองอย่างเชื่อฟังอยู่ด้านข้าง ดวงตาเผยถึงความสงสารที่สังเกตเห็นได้ยาก
“เทียบกับคนนอกคนอื่น ๆ แล้วคุณดีกว่ามาก
“เห็นแก่ที่คุณช่วยบรรเทาอาการไอของปู่ ฉันจะให้คำแนะนำคุณแล้วกัน”
เมื่อเผชิญหน้ากับดวงตาสีเข้มของเฝ่ยไป๋ลู่ ริมฝีปากซูม่านม่านยกขึ้น
“คนที่บุกรุกเข้าไปในหมู่บ้านจะถูกเทพเจ้าสาปแช่งทุกคน”
“ข้อที่หนึ่ง ก่อนที่ช่วงไว้ทุกข์จะสิ้นสุด ห้ามถอดชุดไว้ทุกข์ออก”
“ข้อสอง พักที่นี่หนึ