และที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ แรงของเขาที่ใช้ตอนที่ปาแก่นวิญญาณนี้ออกไปนั้น แม้แต่นักรบขั้นกลางก็ยังต้องได้รับบาดเจ็บหนัก
แต่สัตว์วิญญาณของเฉินเฉียงนั้นกลับรับมันได้อย่างสบายๆ
เท่าที่ดู สัตว์วิญญาณตัวนี้อย่างน้อยๆก็อยู่ในระดับสองขั้นกลาง
เฉินเฉียงไม่ได้แยแสต่อเฉิงยี่ที่ทำท่าครุ่นคิด เขาใช้มือขยี้หัวเมิ่งน้อยที่กำลังเคี้ยวอย่างตะกละตะกลามด้วยรอยยิ้มแล้วพูดออกมา “ผู้อาวุโสเฉิง ข้าต้องขอบคุณท่านเกี่ยวกับแก่นวิญญาณสองก้อนนี้ด้วย”
เมื่อกล่าวจบ เฉินเฉียงก็ได้เดินกลับขึ้นไปบนเวทีประลองอีกครั้ง
นั่นก็เพราะเขายังต้องลงแข่งในนามของศิษย์แผนกวิชายุทธของสำนักเต๋าใต้บาดาลอยู่อีก
ถึงแม้สำนักเต๋าดาวตกจะมีศิษย์ในแผนกนี้ที่มีความสามารถไม่ได้เทียบเท่ากับศิษย์ของสำนักเต๋าใต้บาดาลได้เลยแม้แต่น้อย แต่ในโลกของสำนักเต๋านั้น ต่างก็เชิดชูถือหางเส้นทางวิชาของตนโดยเฉพาะกับวิชายุทธ ต่อให้รู้ว่าต้องพ่ายแพ้ แต่ก็ยังยินดีพร้อมใจที่จะส่งคนลงไปแข่งขันในทุกคู่ประลองที่ได้รับการท้าทายมา
นั่นก็เพราะหาไม่แล้ว สำนักเต๋าดาวตกจะไม่มีที่ยืนอยู่อีกต่อไป