กาสในการเพิ่มพูนพลังให้มั่นคงเสียก่อน
รอให้กำลังแข็งกล้าขึ้น แล้วจึงหันกลับไปกวาดล้างฝ่ายอธรรมเสียให้หมดสิ้น เพราะในเรื่องธรรม… ย่อมมีเบาก่อนหนักหลังเสมอ
ไม่นาน ทั้งสองก็เดินเคียงกันมาถึงหน้าประตูตำหนักเทียนตู วินาทีนั้นเอง ทั้งคู่ก็ยื่นมือออกมาพร้อมกัน
วางฝ่ามือลงบนประตูตำหนักเบื้องหน้า!
“โครม!”
เสียงอื้อกึกดังสนั่นในฉับพลัน
จ้าวยอดเขาปะสานฟ้าและเย่กูเยว่ถึงกับขมวดคิ้วแน่นโดยพร้อมเพรียง แรงกดดันมหาศาลสายหนึ่งได้จู่โจมลงมาบนร่างทั้งคู่ดั่งพายุฟาดฟันจากสวรรค์…!
“นี่กำลังตรวจสอบ…ตำแหน่งมรรคผลหรือ?”
สีหน้าของเย่กูเยว่แปรเปลี่ยนเล็กน้อย แต่ไม่นานก็กลับมาสงบดังเดิม เพราะนางพบว่าแรงกดดันนี้เป็นเพียงกลไกตรวจวัดมิใช่กลไกสังหารโดยแท้
‘ประหลาดนัก…’
อีกด้านหนึ่ง จ้าวยอดเขาปะสานฟ้าเมื่อเห็นเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วครุ่นคิดขึ้นมาในใจ
‘เย่กูเยว่ผู้นี้…แน่นอนว่าเป็นผู้ฝึกตนระดับวางรากฐานช่วงกลาง ไม่มีวิธีใดลวงตาแฝงซ่อนเลย’
เขาย่อมรู้จักตำหนักเทียนตูดีอยู่แล้ว เพราะนิกายศักดิ์สิทธิ์เป็นฝ่ายแรกที่บุกเข้าสู่โลกเซวียนหลิง ก่อนหน้าเขาจึงได้สืบทราบข้อมูลสำคัญมากมายเกี่ยวกับที่นี่
ตำหนักเทียนตูแห่งนี้… ก็เป็นหนึ่งในข้อมูลที่เขาได้มา และเพราะเหตุนั้น เขาจึงจงใจชักชวนเย่กูเยว่ร่วมมือ
ก็เพื่ออาศัยกลไกภายในตำหนักนี้ ทดสอบพลังที่แท้จริงของยอดกระบี่หญิงแห่งนิกายกระบี่ผู้นี้
…ผลลัพธ์กลับทำให้เขารู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อ