นไหวไปทั่ว จำต้องล่าถอยอย่างทุลักทุเล กระทั่งสิทธิ์ในการเข้าใกล้ตำหนักยังไม่อาจมี!
“กลิ่นโอสถรุนแรงยิ่งนัก!”
จ้าวยอดเขาปะสานฟ้า สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด รู้สึกได้ว่าลมปราณในตนแผ่ขยายขึ้นเล็กน้อย อีกทั้งเคล็ดวิชาและวิชาเทพที่ครอบครองอยู่ก็ดูคล้ายจะแจ่มชัดขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์
“นี่มัน…ยาอายุวัฒนะที่ช่วยให้ผู้คนบรรลุมรรคผล!”
อีกด้านหนึ่ง เย่กูเยว่ ก็พลันตระหนักถึงลักษณะของโอสถได้เช่นกัน ดวงเนตรงามวาววับด้วยแสงประกาย
“ตำหนักนี้… มีสายใยแห่งกรรมกับนิกายกระบี่ของข้า!”
เพียงพริบตา ทั้งสองก็ผลักเรื่องของลวี่หยางออกไปจนหมดสิ้น เพราะสิ่งเบื้องหน้านี้… คือเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวพันกับเส้นทางแห่งมรรคผลโดยแท้
ส่วนอื่นใดล้วนไว้ทีหลังได้ทั้งสิ้น…
คิดถึงตรงนี้ สีหน้าทั้งสองก็กลับคืนสู่ความนิ่งสงบอีกครา
“ร่วมมือหรือ?”
ทั้งสองหาใช่คนโง่ หากสถานที่แห่งหนึ่งสามารถเร้นซ่อนไว้ซึ่งสมบัติล้ำค่าเพียงนี้ ก็ย่อมต้องมีการป้องกันอันลึกล้ำปานเดียวกัน หากมิร่วมมือกันแล้วไซร้ การแย่งชิงสมบัติย่อมยากยิ่งดั่งปีนฟ้า
ส่วนเรื่องขัดแย้งระหว่างฝ่ายธรรมกับฝ่ายมารนั้นหรือ? สำหรับเจินเหรินแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์แล้ว… ย่อมไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง
ตราบใดที่มีผลประโยชน์มากพอ ข้อขัดแย้งใดล้วนวางไว้ภายหลังได้ทั้งสิ้น หากแต่ในสายตาของนิกายกระบี่ นั่นหาใช่ “การร่วมมือ” ไม่
…หากแต่เป็นเพียงการพักภารกิจขจัดมารพิทักษ์ธรรมไว้ชั่วคราวเพื่อคว้าโอ