หนี่เฟิงแม้จะยังไม่เปลี่ยนท่าทีของตน แต่เธอก็หันไปเหลือบมองกัวเหลียงแล้วตะคอกออกมา “ไอ้นี่ นี่เจ้ายังโดนทุบตีไม่พออีกรึไง หากเจ้ายังทำอย่างนี้อีก ข้าจะไม่ไว้หน้าเจ้าแล้วนะ เดี๋ยวข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่าทำไมดอกไม้สีขาวถึงเปลี่ยนเป็นสีแดงได้”
ทันทีที่หนี่เฟิงพูดออกมา บรรยากาศเย็นยะเยียบก็ได้เข้ามาเยือนจนทำให้กัวเหลียงอดที่จะตัวสั่นไม่ได้ นี่ทำให้เฉินเฉียงและคนอื่นๆรู้สึกไม่สบายใจไปด้วยเหมือนกัน
ดูเหมือนว่าวันเวลาของกัวเหลียงนั้นจะไม่สู้ดีเลยจริงๆ
หากพูดกันตามตรงแล้ว ทั้งสองสมควรจะอยู่ในระดับราชาขุนพลแล้วทั้งคู่ ถึงแม้หนี่เฟิงจะแข็งแกร่งกว่ากัวเหลียงอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่จะไปหาเรื่องให้หนี่เฟิงต้องขุ่นเคืองโดยไม่มีเหตุผลเลยนี่นา
เฉินเฉียงกระแอมเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมา “พี่หนี่เฟิง อะไรที่ทำให้ท่านโกรธได้ถึงขนาดนี้กัน โปรดบอกศิษย์น้องคนนี้หน่อยได้หรือไม่”
หนี่เฟิงเขม่นตามองกัวเหลียงไปอีกทีหนึ่งก่อนที่จะหันมาพูดกับเฉินเฉียง “ศิษย์น้องเล็ก พวกเราสองคนเองก็ทำเฉกเช่นเจ้าที่ได้เข้าร่วมกับสำนักเต๋า พวกเราเข้าสำนักเต๋าที่ชื่อเป่ยหมิงโจวที่อยู่ในเมืองหลัวหรัน”