กเหลืออดเหลือทน
เฉินเฉียงที่เป็นตัวต้นเรื่องเองนั้นทำตัวประดุจนักบวชมากพรรษาที่ไม่สะทกสะท้านเมื่อได้ยินในเรื่องนี้ แม้แต่หยางเสวี่ยเองก็ยังทำตัวราวกับเอาหูไปนาเอาตาไปไร่
“เฉิงยี่ ไอ้แก่ระยำ สำนักเต๋าดาวตกของเจ้านั้นมีสิทธิ์จะดูแคลนความเป็นตายของศิษย์ของพวกแกได้ แต่สำนักเต๋าใต้บาดาลของพวกเรานั้นไม่ได้ใจสวะเหมือนของเจ้าหรอกเว้ย”
“ลองใช้หัวสมองน้อยๆของเจ้าคิดดูสิว่าหากหลี่เฟิงของเจ้าที่บ่มเพาะหุ่นเชิดโลหิตพบเจอศิษย์ของพวกข้า เจ้าคิดหรือว่าไอ้คนอย่างนั้นมันจะปล่อยให้ศิษย์ของพวกข้าให้มีชีวิตรอดอยู่ได้น่ะ ห้ะ”
เมื่อสิ้นคำก่นด่าของหลิวฉิงหยุน เฉิงยี่กลับตอบกลับด้วยสายตาที่ดูแคลน
“ถ้าอย่างนั้นพวกเจ้ามาที่นี่ก็เพื่อกล่าวโทษพวกเราที่ศิษย์นอกเจ้ากระจอกว่างั้น”
“ถ้านับจากการปะทะในทุกๆครั้งของศิษย์ของพวกเราแล้ว ข้าแนะนำว่าให้พวกเจ้าซ่อนศิษย์ของเจ้าเอาไว้ในสำนักให้เป็นเต่าหดหัวไปอย่างนั้นเสียดีกว่านะ จะได้ไม่ต้องพบเจอเรื่องแบบนี้”
ทุกคำพูดของเฉิงยี่ที่ไม่ได้มีความปรานีเลยสักนิดนี่ทำให้ผอ.ฉีเริ่มรู้สึกอับอาย
นึกไม่ถึงว่าในตอนนี้แม้แต่เจิ้งฮูเชิงก็ยังพูดออกมา
“ฮี่ฮี่ฮี่ ผู้อาวุโสเฉิง พอแล้วน่า”
“ในเมื่อพี่ฉีกับผู้อาวุโสหลิวสละเวลามาถึงนี้แล้ว ก็เป็นไปได้ว่าไอ้พวกศิษย์ที่หายตัวไปอาจจะมาจากตระกูลที่ทรงพลังก็ได้นา”
“เอาอย่างนี้ ท่านไปดูให้ข้าหน่อยว่าหลี่เฟิงจากแผนกศิษย์นอกของพวกเรานั้นอยู่ที่ใด ไปเรี