ยกเขามาเล่าแจ้งเรื่องราวให้พี่ฉีและผู้อาวุโสหลี่ให้เข้าใจในเรื่องราวที่เกิดขึ้นซะ”
เฉิงยี่พยักหน้ารับ ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างขบขันแล้วจากไป
เฉินเฉียงและหยานเสวี่ยได้มองหน้ากันอยู่พักหนึ่งโดยไม่พูดอะไรออกมา แต่แน่นอนว่าทั้งสองพูดคุยกันผ่านเสียงทางจิตวิญญาณ
-เฉินเฉียง ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะเกินมือพวกเราแล้วนะ หากพวกเขาทำการสืบสวนล่ะ-
-ก็ไม่เห็นต้องกังวลอะไรนี่นา ยังไงซะไอ้พวกนั้นก็ตายกันจนหมดแล้ว แถมยังไม่เหลือร่องรอยอะไรอีก-
-ยิ่งไปกว่านั้นก็คือมันไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด อย่างมากพวกเราก็แค่เปลี่ยนที่อยู่ของเราแล้วหาวิธีอื่นในการสืบเรื่องของวิหารศักดิ์สิทธิ์ ตราบใดที่ยังไปถึงเป้าหมายได้เหมือนเดิม วิธีการไหนก็ไม่แตกต่างกัน-
ด้วยคำพูดของเฉินเฉียงนี้ทำให้หยานเสวี่ยรู้สึกผ่อนคลายลง
คนเฉกเช่นเธอและเฉินเฉียงนั้นเรียกได้ว่ามีสถานะที่สูงล้ำเมื่อมาอยู่ที่นี่ ในหลายเรื่องๆที่คนที่โลกปีศาจแห่งนี้เป็นกังวล แต่กับทั้งสองคนนั้นกลับไม่นับเป็นสิ่งใด
ในสายตาของทั้งคู่นั้น ผอ.สำนักเต๋าทั้งสองนี้ไม่ใช่สิ่งที่ต้องคิดเป็นจริงเป็นจังแต่อย่างใด พวกเขาสามารถชนะได้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มสู้เลยด้วยซ้ำ
ตราบใดที่พวกเขาสามารถเข้าไปในวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้ ไม่ว่าด้วยวิธีการไหนย่อมไม่แตกต่างกัน
หลังจากผ่านไปสิบห้านาที เฉิงยี่เดินกลับมาพร้อมศิษย์ที่ท่าทางเก้งก้างคนหนึ่ง
เฉินเฉียงเห็นก็จดจำได้ในทันที คนคนนี้คือหลี่ฉิงที่เข