ันที”
หลังจากหลี่ฉิงได้พูดจบ เฉิงยี่ที่ยืนอยู่ข้างๆก็ได้ก้าวขึ้นหน้ามาแล้วพูดต่อ “เจ้าสำนักเจิ้ง ถึงแม้ว่าหลี่เฟิงนั้นจะเป็นเพียงศิษย์นอก แต่ด้วยการที่เขาเป็นผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิต ต่อให้พบเจออันตราย ถึงแม้เขาจะมีระดับการบ่มเพาะอยู่ในระดับนักรบขั้นกลางแต่เขาก็ควรจะสามารถเอาตัวรอดได้”
“แต่นี่หลี่เฟิงยังไม่ได้กลับมา ข้าเกรงว่าเขานั้นจะตกตายไปแล้ว”
เมื่อพูดมาถึงจุดนี่ เฉิงยี่ได้มองไปที่ผอ.ฉีและคนอื่นๆอีกสามคนด้วยท่าทางกระด้างกระเดื่อง
ผอ.ฉีและหลิวฉิงหยุนเองก็ไม่ได้คาดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน นั่นก็เพราะแต่เดิม ทั้งสองมาที่นี่เพื่อมาทวงความยุติธรรมให้กับสำนักตนเพราะคิดว่าคนของสำนักดาวตกเป็นต้นเหตุให้ศิษย์ของตนต้องให้หายไป แต่กลับกลายเป็นว่าศิษย์สำนักเต๋าดาวตกก็หายไปด้วย
และเมื่อเห็นสายตาของเฉิงยี่ในตอนนี้ทำให้หลิวฉิงหยุนอดไม่ไหวปลดปล่อยความเดือดดาลออกมา
“ไอ้สกุลเฉิง มองอย่างนี้แกหมายความว่ายังไง”
“แกคิดว่าศิษย์สำนักของข้าฆ่าศิษย์ของเจ้ารึไงกัน”
“แกก็พึ่งจะพูดอยู่กลับปากว่าศิษย์ของแกมันเป็นผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตย่อมเอาชีวิตรอดได้ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่นักรบกระจอกงอกง่อยก็ตาม เทียบกับศิษย์ข้าที่หายไปเป็นถึงระดับนายพลขั้นสูง แถมยังเป็นศิษย์แผนกปรุงยาที่มีความสามารถสูงล้ำนะเว้ย พวกเขาคงจะมีความสามารถที่จะจัดการไอ้ศิษย์ของแกได้อยู่หรอก”
เฉิงยี่ที่ได้ยินก็พูดออกมาด้วยท่าทางที่ไม่