ในทิศทางหนึ่งโดยที่มีสาวงามเดินตามไปนั้น จางซงก็ส่งสายตายียวนใส่เพื่อนของตนที่พูดคุยกันอยู่เมื่อครู่ไปหยิบตาหนึ่ง ก่อนที่จะพาหยานเสวี่ยเดินลับไปจากครรลองสายตา
นี่ทำให้คนที่พูดคุยกับจางซงเมื่อครู่แล้วไม่คิดว่าจางซงจะเอาจริง แล้วหยานเสวี่ยดันยอมพูดคุยด้วยแล้วพากันหายไปต่อหน้าต่อตาเขาแบบนี้แล้วก็อดที่จะก่นด่าตัวเองเสียมิได้
“ไอ้ฉิบหาย รู้อย่างนี้ข้าเขาไปถามเองตั้งแต่เห็นนางแล้ววุ้ย”
และด้วยการที่มีผู้นำทาง นี่ช่วยทำให้หยานเสวี่ยประหยัดเวลาไปได้อย่างมาก
จะเสียก็อย่างเดียวคือนางต้องฟังจางซงพร่ำพูดอย่างไม่รู้เหนื่อยตลอดการนำทาง
“พี่หญิงหยานเสวี่ย ท่านเองคงไม่ใช่คนของเมืองเฉินหลิวนี่ใช่รึเปล่า หากไม่อย่างนั้นล่ะก็ ด้วยความงามของท่านนั้นต้องเป็นที่เรื่องลือไปทั่วทั้งเมืองแล้ว”
“พี่หญิงหยานเสวี่ย ท่านต้องเป็นผู้มีความรู้ในเส้นทางปรุงยาที่สูงล้ำเป็นแน่ ไม่อย่างนั้นท่านคงไม่คิดจะหาตัวยาไปปรุงยาอย่างรวดเร็วเช่นนี้”
“พี่หญิงหยานเสวี่ย ข้า จางซงนั้นคร่ำหวอดในการปรุงยามาตั้งแต่เล็กแต่น้อย และข้าเองก็มั่นใจในฝีมือของข้าอยู่ไม่น้อย หากมีสิ่งใดที่ท่านไม่เข้าใจ ท่านสามารถมาถามข้าได้ทุกเมื่อเลยน