ุดฝ่ายตนเล่า!?
เหตุใดจึงไม่มาช่วยข้า!?
“เจ้าคือ… ตกลงแล้ว…”
ภายในใจของหมิงฮวานั้น พลันมีวาจานับพันนับหมื่นอยากจะระบายออก ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยวาจา เจินเหรินปราบมารก็สะบัดมือตน เขย่าศีรษะที่อยู่ในมืออย่างแรง หมิงฮวาถึงกับกลอกตาขาวสิ้นสติไปทันที
“เงียบปากเสียเถอะ”
เจินเหรินปราบมารเอ่ยเสียงแผ่ว ดุเล็กน้อยแฝงความหน่ายในที สีหน้าก็แฝงไว้ด้วยความลำบากใจอยู่บ้าง กระบี่ของเขานั้น มีนามว่าไม่สังหาร ซึ่งก็เป็นไปตามนาม
กระบี่ของเขา… ไม่สังหารผู้ใด
ผู้ที่ถูกกระบี่ของเขาฟาดฟัน บางคราอาจถูกตัดแขนขาแยกร่าง หรือถึงขั้นแหลกสลายกลายเป็นชิ้นๆ ทว่ามีอยู่สิ่งเดียวที่จะไม่เกิดขึ้น คือความตาย อย่างมากที่สุดก็เพียงสูญเสียวิชาเทพ พลังบำเพ็ญอันใดก็ไร้สิ้น กลายเป็นเช่นเดียวกับเซียนสวรรค์หมิงฮวาและเซียนปฐพีอีกสามคนตรงหน้า
ไม่อาจตาย… แต่ตั้งแต่บัดนั้นไป ก็ไม่มีวันลุกขึ้นได้อีกเลย
สำหรับบางคนแล้ว… ราชสำนักพเช่นนี้เลวร้ายยิ่งกว่าความตาย
แต่ในสายตาของเจินเหรินปราบมาร กลับมองว่า ความตายดีๆ ยังสู้การมีชีวิตอย่างดื้อด้านไม่ได้
ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ โลกก็ยังมีสิ่งให้ตั้งความหวัง ไม่มากก็น้อย
วินาทีนั้น แสงลี้ลับสายหนึ่งพุ่งกลับลงมา
เจินเหรินปราบมารเหินร่างกลับลงสู่เรือใหญ่โดยตรง ใช้จิตสำนึกกวาดมองทั่วเรือเพียงชั่วครู่ ใบหน้าก็พลันแปรเปลี่ยนคล้ายครุ่นหนัก เมื่อพบว่า ร่างของเย่ซิงเฟิงหายไป
“ซิงเฟิงเล่า? เกิดเรื่